PDF: โครงสร้างภายในโลก - วิชาวิทยาศาสตร์

Summary

เอกสารนี้สำรวจโครงสร้างภายในโลก และกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก รวมถึงการผุพังอยู่กับที่ทางกายภาพและเคมี โครงสร้างภายในโลกแบ่งออกเป็นชั้นต่างๆ ได้แก่ เปลือกโลก เนื้อโลก และแก่นโลก อีกทั้งยังอธิบายถึงภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น น้ำท่วมและการกัดเซาะ

Full Transcript

โครงสร้างภายในโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ดิน ชั้นดิน และชั้นหน้าตัดดิน แหล่งน้้าผิวดิน และ โลก และ แหล่งน้้าใต้ดิน การเปลี่ยนแปลง ภัยธรรมชาติ...

โครงสร้างภายในโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ดิน ชั้นดิน และชั้นหน้าตัดดิน แหล่งน้้าผิวดิน และ โลก และ แหล่งน้้าใต้ดิน การเปลี่ยนแปลง ภัยธรรมชาติจากน้้าท่วม แผ่นดินถล่ม การกัดเซาะ ภัยธรรมชาติจากหลุมยุบ ภัยธรรมชาติจากแผ่นดินทรุด รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก โครงสร้างภายในโลก แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ตามองค์ประกอบทางเคมี แก่นโลกชั้นใน (inner core) แก่นโลกชั้นนอก (outer core) เปลือกโลก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เปลือกโลกทวีป กับ เปลือกโลกมหาสมุทร รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก โครงสร้างภายในโลก แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ตามองค์ประกอบทางเคมี แก่นโลกชั้นใน (inner core) 3.แก่นโลก (core) 2.เนื้อโลก แก่นโลกชั้นนอก (mantle) (outer core) เปลือกโลก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เปลือกโลกทวีป กับ เปลือกโลกมหาสมุทร 1.เปลือกโลก (crust) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก 1. เปลือกโลก (crust) เป็นชั้นนอกสุด ประกอบด้วยธาตุ ซิลิคอน อะลูมิเนียม เป็นหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ............................และ.................................... เปลือกโลกทวีปหรือไซอัล (Continental crust, Sial) ❑ เป็นเปลือกโลกที่รองรับส่วนที่เป็นพื้นทวีปและไหล่ทวีป ❑ มีความหนาตั้งแต่.....................กิโลเมตร ❑ ประกอบด้วยสารประกอบของธาตุ..................................... ❑ ส่วนใหญ่ของชั้นนี้เป็นหิน.................................................... รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก 1. เปลือกโลก (crust) เป็นชั้นนอกสุด ประกอบด้วยธาตุ ซิลิคอน อะลูมิเนียม เป็นหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เปลือกโลกทวีป และ เปลือกโลกมหาสมุทร เปลือกโลกทวีปหรือไซอัล (Continental crust, Sial) ❑ เป็นเปลือกโลกที่รองรับส่วนที่เป็นพื้นทวีปและไหล่ทวีป ❑ มีความหนาตั้งแต่ 35-70 กิโลเมตร ❑ ประกอบด้วยสารประกอบของธาตุซิลิคอน และอลูมิเนียม ❑ ส่วนใหญ่ของชั้นนี้เป็นหินแกรนิต โครงสร้างภายในโลก 1. เปลือกโลก (crust) เป็นชั้นนอกสุด ประกอบด้วยธาตุ ซิลิคอน อะลูมิเนียม เป็นหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เปลือกโลกทวีป และ เปลือกโลกมหาสมุทร เปลือกโลกมหาสมุทรหรือไซมา (Oceanic crust, Sima) ❑ เป็นเปลือกโลกที่รองรับส่วนที่ “...................................” ❑ มีความหนาตั้งแต่........................กิโลเมตร ❑ ประกอบด้วยสารประกอบของธาตุ.................................... ❑ ส่วนใหญ่ของชั้นนี้เป็นหิน.................................................. รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก 1. เปลือกโลก (crust) เป็นชั้นนอกสุด ประกอบด้วยธาตุ ซิลิคอน อะลูมิเนียม เป็นหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เปลือกโลกทวีป และ เปลือกโลกมหาสมุทร เปลือกโลกมหาสมุทรหรือไซมา (Oceanic crust, Sima) ❑ เป็นเปลือกโลกที่รองรับส่วนที่ “อยู่ใต้มหาสมุทร” ❑ มีความหนาตั้งแต่ 5-10 กิโลเมตร ❑ ประกอบด้วยสารประกอบของธาตุซิลิคอน และแมกนีเซียม ❑ ส่วนใหญ่ของชั้นนี้เป็นหินบะซอลต์ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก 2. เนื้อโลก (mantle) ❑ เป็นชั้นที่อยู่ถัดจากเปลือกโลกลึกลงไปด้านใน แบ่งเป็น เนื้อโลกตอนบนและเนื้อโลกตอนล่าง ❑ ประกอบด้วยสารประกอบของธาตุ........................................................................... ❑ มีความหนาประมาณ 2,900 กิโลเมตร เนื้อโลกตอนบน (upper mantle) เนื้อโลกตอนล่าง (Lower mantle) ❖ มีลักษณะเป็นของแข็ง ❖ อยู่ลึกลงไปต่อจากฐานธรณีภาค ❖ รวมถึงส่วนที่เป็นเปลือกโลก ❖ ประกอบด้วยหินหลอมละลาย ❖ ส่วนล่างสุดเรียนว่า “......................” เรียกว่า “............................” เมื่อปะทุออกมาเรียกว่า “........” เปลือกโลก + เนื้อโลกตอนบน = ธรณีภาค รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก 2. เนื้อโลก (mantle) ❑ เป็นชั้นที่อยู่ถัดจากเปลือกโลกลึกลงไปด้านใน แบ่งเป็น เนื้อโลกตอนบนและเนื้อโลกตอนล่าง ❑ ประกอบด้วยสารประกอบของธาตุซิลิคอน เหล็ก และอลูมิเนียม ❑ มีความหนาประมาณ 2,900 กิโลเมตร 1.เนื้อโลกตอนบน (upper mantle) 2.เนื้อโลกตอนล่าง (Lower mantle ❖ มีลักษณะเป็นของแข็ง ❖ อยู่ลึกลงไปต่อจากฐานธรณีภาค ❖ รวมถึงส่วนที่เป็นเปลือกโลก ❖ ประกอบด้วยหินหลอมละลาย ❖ ส่วนล่างสุดเรียกว่า “ฐานธรณีภาค” เรียกว่า “แมกมา(Magma)” เมื่อปะทุออกมาเรียกว่า “ลาวา” เปลือกโลก + เนื้อโลกตอนบน = ธรณีภาค รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก 3. แก่นโลก (core) แก่นโลกชั้นใน (inner core) ❑ เป็นส่วนที่ “....................” ของโลก แบ่งเป็น แก่นโลกชั้นนอก ❖ มีความหนาประมาณ 1,220 กิโลเมตร และแก่นโลกชั้นใน ❖ มีสถานะเป็น “.........................” ❑ ประกอบด้วยโหละผสมของธาตุเหล็กและนิกเกิล ❖ มีความดัน สูงกว่า บริเวณเนื้อโลก และเปลือกโลกตามลาดับ แก่นโลกชั้นนอก (outer core) ❖ มีความหนาประมาณ 2,250 กิโลเมตร มีสถานะ........................... ❖ “...............................................” ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านชั้นนี้ได้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก 3. แก่นโลก (core) 3.2 แก่นโลกชั้นใน (inner core) ❑ เป็นส่วนที่ “อยู่ชั้นในสุด” ของโลก แบ่งเป็น แก่นโลกชั้นนอก ❖ มีความหนาประมาณ 1,220 กิโลเมตร และแก่นโลกชั้นใน ❖ มีสถานะเป็น “ของแข็ง” ❑ ประกอบด้วยโหละผสมของธาตุเหล็กและนิกเกิล ❖ มีความดัน สูงกว่า บริเวณเนื้อโลก และเปลือกโลกตามลาดับ 3.1แก่นโลกชั้นนอก (outer core) ❖ มีความหนาประมาณ 2,250 กิโลเมตร มีสถานะเป็นของเหลว ❖ “คลื่นทุติยภูมิ” ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านชั้นนี้ได้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก อุณหภูมิภายในโครงสร้างโลก รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ โครงสร้างภายในโลก ความหนาแน่นของสสารภายในชั้นต่างๆของโลก เปลือกโลก 2.2-2.9 g/cm3 เนื้อโลก 3.4-5.6 g/cm3 แก่นโลกชั้นนอก 9.9-12.2 g/cm3 แก่นโลกชั้นใน 12.8-13.1 g/cm3 รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก 1. การผุพังอยู่กับที่ (Weathering) : เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะ “ขนาดและรูปร่าง” ของหิน การผุพังอยู่กับที่ “ทางกายภาพ” ตัวอย่าง ❑ เป็นการผุพังของหินทาให้หินมีขนาดเล็กลง เนื่องจาก ปัจจัยต่างๆ ดังนี้ - อุณหภูมิอากาศ - สภาพอากาศ - ระยะเวลา - ประเภทและชนิดของหิน - โครงสร้างทางธรณีวิทยา “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของหิน” การผุพังและรอยแตกของหิน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก 1. การผุพังอยู่กับที่ (Weathering) : เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะ “ขนาดและรูปร่าง” ของหิน การผุพังอยู่กับที่ “ทางเคมี” ฝนกรด 2SO2+ O2 → 2SO3 SO3 + H2O → H2SO4 ❑ เป็นการผุพังของหินเนื่องจากสารละลายที่มีสมบัติ เป็นกรด ทาให้เกิดการกัดกร่อน SO2 SO2 ❑ พบในบริเวณที่มีการปล่อยแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) SO2 เป็นจานวนมาก SO2 ❑ เช่น บริเวณที่การระเบิดของภูเขาไฟ โรงงานอุตสาหกรรม รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก การผุพังอยู่กับที่ “ทางเคมี” ❑แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ทาปฏิกิริยาเคมีกับฝน จะได้กรดคาร์บอนิก (H2CO3) ซึ่งเป็นกรดอ่อน CO2 เมื่อกรดสัมผัสกับหิน จะเกิดปฏิกิริยา ดังสมการ H2CO3+ CaCO3 → (Ca(HCO3)2) สารละลายแคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตที่เกิดขึ้น ท้าให้หินเกิดการผุพัง H2CO3+ CaCO3 → (Ca(HCO3)2) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก การผุพังอยู่กับที่ “ทางเคมี” การผุพังอยู่กับที่ทางเคมีของ “หินปูน” ทาให้หินปูมีลักษณะ เว้าแหว่งหรือ มีลักษณะเป็นริ้วร่องลึกลงไปในเนื้อหิน ภูมิลักษณ์นี้เรียกว่า “คาสต์ (karst)” รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก “ฝนกรด” เสริมความรู้ มีค่า pH ต่้ากว่า 5.6 บริเวณที่มีการปล่อยแก๊ส SO2 , CO2 ,NO ในปริมาณมาก มีโอกาสที่จะมีฝนกรด มากกว่าบริเวณทั่วไป H2CO3+ CaCO3 → (Ca(HCO3)2) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก การผุพังอยู่กับที่ : บางครั้งเกิดจากรากไม้ที่ชอนไชลงไปในรอยแตกของหิน ทาให้รอยแตก มีจานวนและขนาดเพิ่มขึ้น ทาให้หินแตกแยกจากกัน กลายเป็นการผุพังอยู่กับที่ทางกายภาพ รากไม้ที่ชอนไชลงไปในรอยแตกของหิน รากไม้ที่ชอนไชลงไปในรอยแตกของหินในธรรมชาติ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก การกร่อน (erosion) สาเหตุของการกัดกร่อน ❑ เป็นกระบวนการที่ทาให้องค์ประกอบของเปลือกโลก 1.การกร่อนเนื่องจากกระแสน้้า หลุ ด หรื อ สลายตั ว ออกไปจากผิ ว โลก รวมถึ ง การ เคลื่อนย้ายวัตถุไปจากแหล่งกาเนิด 2.การกร่อนเนื่องจากปฏิกิริยาเคมี ❑ เช่น การกัดเซาะจากกระแสน้าที่ทาให้ให้เปลือกโลก 3. การกร่อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ พังทลายลง พัดพาเศษหินและซากวัสดุต่าง ๆ เคลื่อน ไปตามกระแสน้าหรือตามแรงโน้มถ่วงของโลก 4. การกร่อนเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ❑ ก่อนไปทับถมรวมกันในพื้นที่ซึ่งมีระดับต่ากว่าเกิดเป็น ภูมิประเทศในลักษณะต่าง ๆ 5. การกร่อนเนื่องจากกระแสลม รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ตัวอย่างภูมิลักษณ์ที่เกิดจากการกร่อน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก การสะสมตัวของตะกอน(deposition) เกิดจากดินและหินที่เกิดการกร่อน และโดนกระแสน้าพัดพาไปตามร่องน้า แต่เนื่องจากความเร็วของ กระแสน้าในแต่ละช่วง หรือ แต่ละบริเวณของแม่น้ามีความเร็วแตกต่างกัน ทาให้บางช่วงหรือบางบริเวณ “เกิดการสะสมตัวของตะกอนเกิดขึ้น” ส่วนโค้งด้านนอก ส่วนโค้งด้านใน กระแสน้้ามีความเร็วสูง โ ้ เ า กระแสน้้ามีความเร็วต่้า # ↑ ความแร งน อย ี ส รอง ง รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ลู น้ น้ น้ ค้ ำ ำ ด้ ด้ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก การเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ เมื่อเกิดขึ้นเป็นเวลานาน การสะสมตัวของตะกอน(deposition) แม่น้าจะเกิดการไหลในลักษณะ “โค้งตวัด” มากขึ้น ต้าแหน่ง ข และ ค ต้าแหน่ง ง และ ช กระแสน้ามีความเร็วสูง กระแสน้ามีความเร็ว ข โค้งน้้าด้านใน ต่้ากว่า บริเวณ ข,ค เพราะเป็นบริเวณที่โดนปะทะ ก จ ฉ ช ทาให้ตะกอนที่โดนพัด โดยตรงจากกระแสน้า ง มากับกระแสน้า ค ตะกอนบริเวณนี้จะ “กร่อน” ออกไปได้มาก มีการสะสมตัวของตะกอน บริเวณโค้งน้าด้านใน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก การเกิดทะเลสาบรูปแอก (oxbow lake) หากโค้งตวัด มีการ ประชิดกัน มากขึ้น จะทาให้กระแสน้าเกิดการกัดเซาะ บริเวณส่วนที่ประชิดจนขาด กลายเป็นแม่น้าที่ตัดตรงไป ส่วนโค้งตวัดของแม่น้าจะกลายเป็น “ทะเลสาบรูปแอก (oxbow lake)” รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก แหล่งตะกอนรูปพัด (alluvial fan) ❑ เป็นเนินตะกอนที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอน ในบริเวณที่มีการเปลี่ยนระดับของทางน้าจาก หุบเขาชันลงสู่ที่ราบ ❑ ทาให้ความเร็วของกระแสน้าลดลงจนไม่สามารถ นาพาตะกอนบางส่วนต่อไปได้ ❑ ตะกอนจึงตกสะสมในลักษณะที่แยกกระจาย ออกไปรอบข้างเป็นรูปพัด รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ดินดอนสามเหลี่ยม (delta) ทะเล ❑ เป็นการสะสมตัวของตะกอนบริเวณปากแม่น้า แผ่นดิน ที่เชื่อมกับทะเลหรือมหาสมุทร ❑ เมื่อน้าจากแม่น้าไหลลงสู่ทะเล ความเร็วของกระแสน้าจะ ค่อยๆลดลง ❑ ทาให้ตะกอนที่มากับกระแสน้าเกิดการตกตะกอน และสะสมตัวบริเวณปากแม่น้า ดินดอนสามเหลี่ยม ❑ เมื่อเวลาผ่านไปตะกอนบริเวณปากแม่น้าจะสูงขึ้น เรื่อยๆ จนมีระดับสูงพ้นระดับน้าและแผ่กระจาย เป็นวงกว้าง เกิดเป็นภูมิลักษณ์ที่เรียกว่า “ดินดอนสามเหลี่ยม” รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ดิน ชั้นดิน และชั้นหน้าตัดดิน การเกิดดิน ดิน (Soil) หินและแร่ สารอินทรีย์ ❑ ดินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ❑ โดยเกิดจาก........................................ สลายตัว สลายตัว ทั้งทางกายภาพและทางทางเคมี จนมี ขนาดเล็กลง ผสมคลุกเคล้ากับ......................ซึ่งเกิดจากการสลายตัว ของซากพืชซากสัตว์ ❑ กระบวนการเกิดดินอาศัยระยะเวลา มารวมกัน ที่ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ดิน ชั้นดิน และชั้นหน้าตัดดิน การเกิดดิน ดิน (Soil) หินและแร่ สารอินทรีย์ ❑ ดินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ❑ โดยเกิดจากหินและแร่ต่างๆที่ผุงพัง สลายตัว สลายตัว ทั้งทางกายภาพและทางทางเคมี จนมี ขนาดเล็กลง ผสมคลุกเคล้ากับ อินทรียวัตถุ ซึ่งเกิดจากการสลายตัว วัตถุต้นก้าเนิดดิน ฮิวมัส ของซากพืชซากสัตว์ ❑ กระบวนการเกิดดินอาศัยระยะเวลา มารวมกัน ที่ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ดิน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ องค์ประกอบของดิน 1.อนินทรียวัตถุ หรือส่วนแร่ธาตุ เป็นส่วนที่ ส่วนประกอบของดินแบ่งเป็น 4 ส่วน สลายตัวมาจากหินซึ่งส่วนประกอบหลักของดิน 2.น้้า หรือ ความชื้นในดิน เป็นแหล่งน้าสาหรับพืช และจุลินทรีย์ในดิน ช่วยละลายสารต่างๆ ในดินให้ พืชสามารถนาไปใช้งานได้ 3.อากาศ ที่แทรกอยู่ในช่องว่างระหว่างอนุภาคดิน อากาศในดินจะถ่ายเทกับอากาศภายนอกตลอดเวลา 4.อินทรียวัตถุ หรือซากพืช ซากสัตว์ ที่ทับถมอยู่ ในดิ น จุ ลิน ทรี ย์ ใ นดิน จะย่ อ ยสลายอิ น ทรี ย วัต ถุ ใ ห้ ร้อยละของอัตราส่วนที่เหมาะสมของดิน กลายเป็นฮิวมัส ที่ใช้ในการเพาะปลูก รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ “ปัจจัย” ในการเกิดดิน 1.วัตถุต้นก้าเนิดดิน 3.ภูมิประเทศ ❑ หิน ดิน และแร่ชนิดต่างๆ เป็นองค์ประกอบสาคัญ ❑ พื้นที่ที่มีความลาดชันสูง มีการชะล้างและการ ที่มีผลต่อลักษณะและสมบัติของดิน เช่น พังทลายของหน้าดินมาก ท้าให้ชั้นดินค่อนข้างบาง ❑ หินทรายและหินควอร์ตไซต์ : เมื่อผุพังอยู่กับที่ ❑ พื้นที่ราบ หรือ พื้นที่ราบลุ่ม มีการชะล้างและ จะให้ตะกอนทราย พังทลายของหน้าดินค่อนข้างน้อย ท้าให้ชั้นดิน ❑ หินดินดาน : เมื่อผุพังอยู่กับที่จะให้ตะกอนดินเหนียว ค่อนข้างหนา 2.ภูมิอากาศ 4.ระยะเวลาในการเกิดดิน ❑ บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงและปริมาณฝนมาก ❑ ระยะเวลามาก : จานวนชั้นและความหนาของดิน ทาให้การผุพงั อยุ่กับที่ของหินทั้งทางกายภาพและทางเคมี จะมากมากกว่าระยะเวลาน้อย เกิดขึ้นได้มากกว่าบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็น ❑ ระยะเวลามาก : ดินมีความแตกต่างจากวัตถุต้น กาเนิดดินมาก ❑ นอกจากนี้ยังมีผลต่อการสลายตัวของซากพืชซากสัตว์ ❑ ระยะเวลาน้อย : ดินมีจะมีลักษณะคล้ายวัตถุต้นกาเนิด ส่งผลต่อปริมาณอินทรียวัตถุในดิน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ชั้นดิน และ ชั้นหน้าตัดดิน ภาพแสดง ชั้นหน้าตัดดินที่มีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ หน้าตัดของดิน หรือ ชั้นหน้าตัดดิน (Soil profile) ❑ คือ ชั้นดินที่เรียงจากชั้นบนสุดถึงชั้นล่างสุด ❑ จะมีลักษณะแตกกันในแต่ละพื้นที่ เช่น - จานวนชั้นดิน - ความหนาของชั้นดิน ขึ้นอยู่กับปัจจัย - สีดินและลักษณะเนื้อดิน ในการเกิดดิน - ความเป็นกรด-เป็นเบส ❑ ชั้นหน้าตัดดินที่มีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ จะประกอบด้วยชั้นดินหลัก 6 ชั้น ดังภาพ ❑ ในธรรมชาติ ส่วนใหญ่ ชั้นหน้าตัดดินจะมีชั้นดิน ไม่ครบทั้ง 6 ชั้น รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ชั้นดิน (Soil horizon) ชั้นโอ (O horizon) เป็นชั้นที่ “อยู่บนสุด” ของชั้นดิน ประกอบด้วยซากพืชและซากสัตว์ ทั้งที่ย่อยสลายและไม่ย่อยสลาย มีสีคล้้า เป็นชั้นที่บางที่สุด รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ชั้นดิน (Soil horizon) ชั้นเอ (A horizon) อยู่ใต้ชั้น O ประกอบด้วย ซึ่งเป็นอินทรียวัตถุ ที่สลายตัวแล้ว รวมตัวกับแร่ธาตุในดิน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ชั้นดิน (Soil horizon) ชัน ้ อี (E horizon) อยู่ใต้ชั้น A เป็นชั้นทีมีการซึมชะ มีปริมาณอินทรียวัตถุ น้อยกว่าชั้น A มีเนื้อดินหยาบกว่า ชั้น B รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ชั้นดิน (Soil horizon) ชัน ้ บี (B horizon) อยู่ใต้ชั้น E มีการสะสมตัวของวัตถุต่างๆ ประกอบด้วย ฮิวมัส ที่ถูกชะล้าง มาจากชั้น A และมีแร่ธาตุจากชั้น C รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ชั้นดิน (Soil horizon) ชั้นซี (C horizon) อยู่ใต้ชั้น B เป็นชั้นของวัตถุต้นก้าเนิดดิน ประกอบด้วย หินและแร่ที่เกิดการผุพัง มาจากชั้น R รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ชั้นดิน (Soil horizon) ชั้นอาร์ (R horizon) เป็นชั้นที่อยู่ด้านล่างสุด เป็นชั้นหินแข็ง เป็นชั้นหินที่เชื่อมติดกันแน่น ยังไม่เกิด การผุพังอยู่กับที่ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ สรุปชั้นดิน (Soil horizon) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ สมบัติบางประการของดิน สมบัติของดิน ---> เนื้อดิน (Soil texture) Sand ❑ สัดส่วนของตะกอน ที่เป็นองค์ประกอบดิน ส่งผลต่อลักษณะเนื้อดิน ❑ ตะกอนที่เป็นองค์ประกอบดิน แบ่งเป็น 3 ชนิด ดังนี้ Silt - ทราย (Sand) ขนาดของตะกอนเรียงจากใหญ่ไปเล็ก - ทรายแป้ง (Silt) - ดินเหนียว (Clay) ❑ ตัวอย่างเช่น ดินร่วนปนทราย คือ ดินร่วนที่มีทรายปนอยู่ในปริมาณมาก Clay รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ สมบัติบางประการของดิน สมบัติของดิน ---> เนื้อดิน (Soil texture) Sand ❑ สัดส่วนของตะกอน ที่เป็นองค์ประกอบดิน ส่งผลต่อลักษณะเนื้อดิน ❑ ตะกอนที่เป็นองค์ประกอบดิน แบ่งเป็น 3 ชนิด ดังนี้ Silt - ทราย (Sand) ขนาดของตะกอนเรียงจากใหญ่ไปเล็ก - ทรายแป้ง (Silt) ทราย ทรายแป้ง ดินเหนียว - ดินเหนียว (Clay) ❑ ตัวอย่างเช่น ดินร่วนปนทราย คือ ดินร่วนที่มีทรายปนอยู่ในปริมาณมาก Clay รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ สมบัติบางประการของดิน สมบัติของดิน ---> ความชื้นในดิน ❑ เป็นสัดส่วนระหว่าง มวลของไอน้้าในดิน กับ มวลของดินแห้ง ❑ ค่าความชื้นในดินมีค่าระหว่าง 0.05-0.5 กรัม/กรัม ค่าความชื้น ต่้ากว่า 0.05 กรัม/กรัม คือ ดินที่แห้งจัด เช่น ดินในทะเลทราย ค่าความชื้น สูงกว่า 0.5 กรัม/กรัม คือ ดินที่มีความชื้นสูง เช่น ดินพรุ เ นเป ม ง ❑ ค่าความชื้นในดิน จะบ่งบอกถึงความสามารถในการอุ้มน้าของดิน มีผลต่อการ เจริญเติบโตของพืช รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ มีน้้ำยั ดิ รี สมบัติบางประการของดิน สมบัติของดิน ---> การค้านวณความชื้นในดิน มวลของดินเปียก − มวลของดินแห้ง ความชื้นในดิน (g/g) = มวลของดินแห้ง มวลของดินเปียก (g) = มวลดินเปียกและภาชนะ (g) – มวลภาชนะ (g) มวลของดินแห้ง (g) = มวลดินแห้งและภาชนะ (g) – มวลภาชนะ (g) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ สมบัติบางประการของดิน สมบัติของดิน ---> ความเป็นกรด-เป็นเบสของดิน การปรับปรุงคุณภาพดินเปรี้ยว ❑ pH ของดิน คือ ค่าความเป็นกรด-เป็นเบสของดิน มีค่า 1-14 ❑ ดินเปรี้ยว : มีปริมาณฮิวมัสมาก ❑ ค่า pH ต่้า : ดินมีความเป็นกรดสูง ดินเปรี้ยว หรือใส่ปุ๋ยอินทรีย์มากไป ทาให้ ❑ ค่า pH สูง : ดินมีความเป็นเบสสูง ดินเค็ม ธาตุเหล็กและอลูมิเนียมละลาย มาอยู่ในดินในปริมาณมาก ❑ วิธีปรับปรุงดินเปรี้ยว 1. การเติมปูนขาว (CaCo3) 2. การใส่ปูนมาร์ล 3. การใส่หินปูนบด 4. การใช้น้าชะล้างความเป็นกรด รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ สมบัติบางประการของดิน สมบัติของดิน ---> ความเป็นกรด-เป็นเบสของดิน การปรับปรุงคุณภาพดินเค็ม ❑ pH ของดิน คือ ค่าความเป็นกรด-เป็นเบสของดิน มีค่า 1-14 ❑ ดินเค็ม : ในดินมีปริมาณ ❑ ค่า pH ต่้า : ดินมีความเป็นกรดสูง ดินเปรี้ยว แคลเซียมคาร์บอเนตมาก ❑ ค่า pH สูง : ดินมีความเป็นเบสสูง ดินเค็ม เกิดจากการเติมปูนขาวมากเกินไป หรือ มีน้าทะเลมาขัง ❑ วิธีปรับปรุงดินเค็ม 1. เติมผงกามะถัน 2. เติมแอมโมเนียมซัลเฟต 3. การไถกลบพืชสด 4. การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ สมบัติบางประการของดิน สมบัติของดิน ---> ความเป็นกรด-เป็นเบสของดิน การปรับปรุงคุณภาพดินจืด ❑ pH ของดิน คือ ค่าความเป็นกรด-เป็นเบสของดิน มีค่า 1-14 ❑ ดินจืด : ดินที่ขาดแร่ธาตุอาหาร ❑ ค่า pH ต่้า : ดินมีความเป็นกรดสูง ดินเปรี้ยว ❑ ค่า pH สูง : ดินมีความเป็นเบสสูง ดินเค็ม ❑ วิธีปรับปรุงดินจืด 1. ใส่ปุ๋ยที่มีแร่ธาตุต่างๆ เช่น N , P , K 2. ใส่ปุ๋ยพืชสด 3. ใส่ปุ๋ยคอก 4. ใส่ปุ๋ยหมัก รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ แหล่งน้้าบนโลก แหล่งน้้าบนโลก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ แหล่งน้าผิวดิน และแหล่งน้าใต้ดิน แหล่งน้้าผิวดิน : : แม่น้า ล้าคลอง หนอง บึง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้้า และแหล่งน้้าอื่นๆ ที่อยู่ภายในผืน แผ่นดิน น้้าจืด เช่น แม่น้า ลาคลอง หนอง บึง เขื่อน ฝ่าย อ่างเก็บน้า น้้าเค็ม เช่น ทะเล มหาสมุทร น้้ากร่อย เป็นน้าจืดที่ผสมกับน้าเค็ม เช่น น้าบริเวณปากอ่าวแม่น้าออกทะเล รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ แหล่งน้้าบนโลก แหล่งน้้าบนโลก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ แหล่งน้าผิวดิน และแหล่งน้าใต้ดิน แหล่งน้้าผิวดิน : : แม่น้า ลาคลอง หนอง บึง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้า และแหล่งน้าอื่นๆ ที่อยู่ภายในผืนแผ่นดิน ❑ แหล่งน้้าบนดิน ในธรรมชาติมีหลายรูปแบบ ❑ มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะ การเกิดของแหล่งน้า หรือ การกัดเซาะของกระแสน้า การพัดพา และการทัมถม รวมไปถึงโครงสร้างทางธรณีวิทยา แม่น้าเจ้าพระยา ❑ การไหลของธารน้า แม่น้า จะไปสิ้นสุดในบริเวณที่แหล่ง รองรับน้านั้นได้ ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแอ่ง และ อยู่ต่ากว่าระดับของเส้นทางน้า เช่น ทะเลสาบ ทะเล อ่าวไทย เป็นแหล่งรองรับน้้า รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ แหล่งน้้าบนโลก แหล่งน้้าบนโลก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ แหล่งน้าผิวดิน และแหล่งน้าใต้ดิน แหล่งน้้าใต้ดิน : แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ น้าในดิน และ น้าบาดาล น้้าในดิน (Soil water) คือ น้าที่ไหลซึมลงสู่ใต้ดิน ซึ่งจะซึมอยู่ตามช่องว่าง ระหว่างเม็ดดินกับอากาศ น้้าบาดาล (Ground water) เป็นน้าส่วนที่เหลือจากการดูดซับของดิน จะไหลซึมลึกลงไป ถึงชั้นหิน และขังอยู่ตามช่องว่างหรือรูพรุนของหิน น้าที่กักเก็บไว้ เรียกว่า “น้้าบาดาล” ระดับบนสุดของน้าบาดาล เรียกว่า “ระดับน้้าใต้ดิน (water table) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ แหล่งน้้าบนโลก แหล่งน้้าบาดาล(Ground water) ระดับบนสุดของน้าบาดาล เรียกว่า “ระดับน้้าใต้ดิน (water table)” เช่น ชั้นหินทราย ชั้นหินหรือชั้นตะกอนที่สามารถกักเก็บน้าบาดาล เรียกว่า “ชั้นหินอุ้มน้้า ( aquifer)” เช่น ชั้นหินดินดาน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก ภัยธรรมชาติจาก น้้าท่วม แผ่นดินถล่ม และการกัดเซาะชายฝั่ง น้้าท่วม แผ่นดินถล่ม การกัดเซาะชายฝั่ง รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก น้้าท่วม (Flood) น้้าล้นตลิ่ง (Overbank flow) ❑ เกิดจากแหล่งน้า มีปริมาณน้ามากเกิน ❑ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณที่ราบริมแม่น้า หรือ ความสามารถในการกักเก็บน้า บริเวณที่ราบน้าท่วมถึง ❑ เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทาให้การระบายน้า ❑ ส่งผลให้น้าไหลเข้าท่วมพื้นที่ในหลาย ลงสู่แหล่งรองรับน้าๆต่างทาได้ไม่ทัน ส่งผลให้น้า ลักษณะ ล้นตลิ่งและเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้า ได้แก่ - น้าล้นตลิ่ง (Overbank flow) - น้าป่าไหลหลาก (Flash Flood) - น้าท่วมขัง (Flooding) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก น้้าท่วม (Flood) น้้าป่าไหลหลาก (Flash Flood) ❑ เกิดจากแหล่งน้า มีปริมาณน้ามากเกิน ❑ ส่วนใหญ่เกิดกับบริเวณที่ราบใกล้ภูเขาหรือ ความสามารถในการกักเก็บน้า ที่ลาดเชิงเขา ที่มีแหล่งน้าหรือแหล่งต้นน้า ❑ เมื่อฝนตกหนัก ทาให้ปริมาณน้าสะสม ❑ ส่งผลให้น้าไหลเข้าท่วมพื้นที่ในหลาย มากเกินกว่าที่ดินจะดูดซับไว้ ส่งผลให้น้าไหลบ่า ลักษณะ จากภูเขาลงสู่ที่ราบด้านล่างอย่างรวดเร็ว ได้แก่ - น้าล้นตลิ่ง (Overbank flow) - น้าป่าไหลหลาก (Flash Flood) - น้าท่วมขัง (Flooding) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก น้้าท่วม (Flood) น้้าท่วมขัง (Flooding) ❑ เกิดจากแหล่งน้า มีปริมาณน้ามากเกิน ❑ เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง การสมตัวของน้าผิวดิน ความสามารถในการกักเก็บน้า และใต้ดินมีปริมาณ ทาให้น้าระบายลงสู่แหล่ง รับน้าไม่ทันเนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางระบายน้า ❑ ส่งผลให้น้าไหลเข้าท่วมพื้นที่ในหลาย ลักษณะ ได้แก่ - น้าล้นตลิ่ง (Overbank flow) - น้าป่าไหลหลาก (Flash Flood) - น้าท่วมขัง (Flooding) รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก แผ่นดินถล่ม (Landslide) ❑ เป็นกระบวนการเคลื่อนที่ของดินหรือหิน ลงมาตามแนวลาดชันของพื้นที่ ❑ เกิดจากปัจจัยหลายด้าน เช่น - ปริมาณน้าฝน - แรงโน้มถ่วงของโลก - ปริมาณน้าผิวดิน - ปริมาณน้าใต้ดิน - พืชที่ปกคลุมพื้นที่ - โครงสร้างทางธรณีวิทยา รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก การป้องกันแผ่นดินถล่ม ❑ การทากาแพงคอนกรีต หรือ พ่นปูนซีเมนต์ บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ซึ่งโครงสร้างดังกล่าว จะช่วยพยุงดินหรือหินที่อุ้มน้าไว้ ไม่ให้เคลื่อนที่ลงมาด้านล่าง มีการเจาะรูเพื่อระบายน้าใต้ดิน การท้า ก้าแพงคอนกรีต รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก การกัดเซาะชายฝั่ง (Coastal erotion) ❑ ชายฝั่ง (Coast) คือ แถบของแผ่นดินที่นับจาก ชายทะเลขึ้นไปบนบก จนถึงบริเวณที่มีลักษณะ ภูมิประเทศแตกต่างกันชัดเจน ❑ การกัดเซาะชายฝั่ง (Coastal erotion) เป็นการเปลี่ยนแปลงบริเวณชายฝั่ง ซึ่งเกิดจากลม และจากการกัดเซาะและเติมเต็มของคลื่นทะเล ชายฝั่ง (Coast) ❑ การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เช่น การก่อสร้างเขื่อนหินป้องกันคลื่น การปลูกป่า ชายเลน การปักไม้ไผ่บริเวณแนวชายฝั่ง เป็นต้น รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก ภัยธรรมชาติจากหลุมยุบ (Sinkhole) ❑ เกิดจากหินตะกอนที่มีองค์ประกอบทางเคมีจาพวก คาร์บอเนต เช่น หินปูน ชั้นเกลือ หรือ หินตามธรรมชาติ ที่สามารถถูกละลายด้วยน้า ❑ ซึ่งเมื่อเกิดการไหลเวียนของน้าใต้ดิน จะทาให้หินใต้ดิน ดังกล่าวละลาย เกิดช่องว่างใต้ดินขึ้น ❑ จนถึงจุดๆหนึ่งที่บริเวณพื้นผิวมีน้าหนักมากเกินไป จะทา ให้เกิดการถล่ม “เกิดเป็นหลุมยุบ” รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์ ภัยธรรมชาติบนผิวโลก ภัยธรรมชาติจากแผ่นดินทรุด (Land subsidence) ❑ เกิดจากการยุบตัวของชั้นดิน ชั้นหิน หรือ ชั้นตะกอน ❑ ซึ่งเป็นผลมาจาก การลดระดับลงของน้้าใต้ดิน อย่างรวดเร็ว ❑ เกิดขึ้นมากที่สุดบริเวณศูนย์กลางที่มีการสูบน้้า บาดาลขึ้นมาใช้ ❑ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับอัตราการลดลงของระดับ น้าใต้ดิน รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว 22102 นางนิทยา บุญฤทธิ์

Use Quizgecko on...
Browser
Browser