บทที่ 5 การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน PDF
Document Details

Uploaded by TopnotchGyrolite5928
Tags
Summary
เอกสารนี้กล่าวถึงการจัดสภาพแวดล้อมในชั้นเรียน ซึ่งครอบคลุมทั้งบรรยากาศทางกายภาพและจิตวิทยา การจัดโต๊ะเรียน, ป้ายประกาศ, และสภาพห้องเรียนที่ถูกสุขลักษณะ. นอกจากนี้ยังรวมถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียนและการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความสุข
Full Transcript
บทที่ 5 การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน เนื้อหาในการสอน 1. ความหมายและความมุ่งหมายของการจัด 7. หลักการจัดชั้นเรียน บรรยากาศในชั้นเรียน 8. ลักษณะของชั้นเรียนที่ดี 2. ความสำคัญของการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน 9. รูปแบบการจัดชั้นเรียน 3. บรรยากาศท...
บทที่ 5 การจัดบรรยากาศในชั้นเรียน เนื้อหาในการสอน 1. ความหมายและความมุ่งหมายของการจัด 7. หลักการจัดชั้นเรียน บรรยากาศในชั้นเรียน 8. ลักษณะของชั้นเรียนที่ดี 2. ความสำคัญของการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน 9. รูปแบบการจัดชั้นเรียน 3. บรรยากาศที่พึงปรารถนาในชั้นเรียน 10. การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีความสุข 4. ประเภทของบรรยากาศในชั้นเรียน 11. องค์ประกอบของการเรียนรู้ที่มีความสุข 5. การจัดบรรยากาศทางด้านกายภาพ 12. เทคนิคการจัดแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อมเพื่อ 6. การจัดบรรยากาศทางด้านจิตวิทยา การเรียนรู้ ความหมายของการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน เริ่มพงษ์ ทวระ (2540) กล่าวถึงการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน ว่าหมายถึง การจัดสภาพ สภาพแวดล้อมในชั้นเรียนให้สอดคล้องกับสภาพการเรีย นการสอน เพื่อช่วยส่งเสริมให้ บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นที่น่าสนใจ และจูงใจให้น ักเรียนไม่เบื่อหน่ายต่อการเรียน นอกจากนั้นยังช่วยแก้ปัญหาในการปกครองชั้นเรียนและแก้ปัญหาเรื่องวินัยได้อีกด้วย ความมุ่งหมายของการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในห้องเรียนได้ดี เช่น ฝึกความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง 1. เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมทางกาย 2. อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เพื่อส่งเสริมวินัยในตนเอง แต่ครูไม่ควรใช้วิธีบังคับ หรือออกคำสั่งแก่นักเรียนเสมอไป 3. เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่ม เป็นหมู่คณะ 4. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 5. เพื่อส่งเสริมการวางแผนการดำเนินงานกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันทั้งห้องเรียน เช่น การวางระเบียบ 6. ข้อบังคับของห้องเรียน เพื่อส่งเสริมการสอนเป็นรายบุคคล โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 7. ความสาคัญของการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน 1. ช่วยส่งเสริมให้การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างราบรื่น เช่น ห้องเรียนกว้างขวาง 2. ช่วยสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดีงามและความมีระเบียบวินัยให้แก่ผู้เรียน เช่น ห้องเรียน สะอาด จัดโต๊ะเก้าอี้ไว้อย่างเป็นระเบียบ 3. ช่วยสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้เรียน เช่น มีแสงสว่างเหมาะสม 4. ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความสนใจในบทเรียนเพิ่มมากขึ้น เช่น การจัดมุมวิชาการ 5. ช่วยส่งเสริมการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เช่น การฝึกให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 6. ช่วยสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนและการมาโรงเรียน เพราะในชั้นเรียนมีครูที่เข้าใจนักเรียน ให้ความเมตตาเอื้ออารีต่อนักเรียน และนักเรียนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน บรรยากาศที่พึงปรารถนาในชั้นเรียน พรรณี ชูทัย (2542) กล่าวถึงบรรยากาศในชั้นเรียนที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการสอน จัดแบ่งได้ 6 ลักษณะ ดังนี้ 1. บรรยากาศที่ท้าทาย (Challenge) เป็นบรรยากาศที่ครูกระตุ้นให้กำลังใจนักเรียน เพื่อให้ประสบ ผลสำเร็จในการทำงาน นักเรียนจะเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและพยายามทำงานให้สำเร็จ 2. บรรยากาศที่มีอิสระ (Freedom) เป็นบรรยากาศที่นักเรียนมีโอกาสได้คิด ตัดสินใจเลือกสิ่งที่มี ความหมายและมีคุณค่า รวมถึงโอกาสที่จะทำผิดพลาดโดยปราศจากความกลัวและวิตกกังวล 3. บรรยากาศที่มีการยอมรับนับถือ (Respect) เป็นบรรยากาศที่ครูรู้สึกว่านักเรียนเป็นบุคคลสำคัญ มี คุณค่าและสามารถเรียนได้ ส่งผลให้นักเรียนเกิดความเชื่อมั่นในตนเองและเกิดการยอมรับนับถือตนเอง 4. บรรยากาศที่มีความอบอุ่น (Warmth) เป็นบรรยากาศทางด้านจิตใจ การที่ครูมีความ เข้าใจนักเรียน เป็นมิตร ยอมรับ ให้ความช่วยเหลือ จะทำให้นักเรียนเกิดความอบอุ่น สบายใจ รักครู รักโรงเรียน และรักการมาเรียน 5. บรรยากาศแห่งการควบคุม (Control) หมายถึง การฝึกให้นักเรียนมีระเบียบวินัย ไม่ใช่การควบคุมไม่ให้มีอิสระ ครูต้องมีเทคนิคในการปกครองชั้นเรียนและฝึกให้นักเรียน รู้จักใช้สิทธิหน้าที่ของตนอย่างมีขอบเขต 6. บรรยากาศแห่งความสาเร็จ (Success) เป็นบรรยากาศที่ผู้เรียนเกิดความรู้สึกประสบ ความสำเร็จในงานที่ทำ ซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ผู้สอนจึงควรพูดถึงสิ่งที่ผู้เรียน ประสบความสำเร็จให้มากกว่าการพูดถึงความล้มเหลว ประเภทของบรรยากาศในชั้นเรียน 1. บรรยากาศทางกายภาพ 2. บรรยากาศทางจิตวิทยา เป็นบรรยากาศทางด้านวัตถุ หมายถึง การจัด เป็นบรรยากาศทางด้านจิตใจที่นักเรียนรู้สึก สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนให้มคี วามเป็นระเบียบ สบายใจ มีความ อบอุ่น มีความเป็นกันเอง มี เรียบร้อย น่าดู มีความสะอาด มีเครื่องใช้ และสิ่งอำนวย ความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มีความรักศรัทธาต่อ ความสะดวกต่าง ๆ ที่จะส่งเสริมให้การเรียนของนักเรียน สะดวกขึ้น เช่น ห้องเรียนมีขนาดเหมาะสม มีแสงสว่าง ครูผู้สอน ตลอดจนมีอิสระในการกล้าแสดงออก เพียงพอ กระดานดำมีขนาดพอเหมาะ โต๊ะเก้าอี้มีขนาด อย่างมีระเบียบวินัยในชั้นเรียน เหมาะสมกับวัยของนักเรียน เป็นต้น การจัดบรรยากาศทางด้านกายภาพ 1. การจัดโต๊ะเรียนและเก้าอี้ของนักเรียน 1.1 ให้มีขนาดเหมาะสมกับรูปร่างและวัยของนักเรียน 1.2 ให้มีช่องว่างระหว่างแถวที่นักเรียนจะลุกนั่งได้สะดวกและทำกิจกรรมได้คล่องตัว 1.3 ให้ความสะดวกต่อการทำความสะอาดและการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนรูปแบบที่นั่งเรียน 1.4 ให้มีรูปแบบที่ไม่จำเจ เช่น อาจเปลี่ยนเป็นรูปตัวที ตัวยู รูปครึ่งวงกลม หรือเข้ากลุ่มเป็นวงกลม ได้อย่างเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอน 1.5 ให้นักเรียนที่นั่งทุกจุดอ่านกระดานดำได้ชัดเจน 1.6 แถวหน้าของโต๊ะเรียนควรอยู่ห่างจากกระดานดำพอสมควร ไม่น้อยกว่า 3 เมตร 2. การจัดโต๊ะครู 2.1 ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม อาจจัดไว้หน้าห้อง ข้างห้อง หรือหลังห้องก็ได้ อย่างไรก็ตาม การจัด โต๊ะครูนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดที่นั่งของนักเรียนด้วย (การจัดโต๊ะไว้หลังห้องจะช่วยให้ม องเห็น นักเรียนได้ทั่วถึง) 2.2 ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งบนโต๊ะและในลิ้นชักโต๊ะ เพื่อสะดวกต่อการนั่งทำงานของ ครู และการวางสมุดงานของนักเรียน เพื่อปลูกฝังลักษณะนิสัยความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่นักเรียน 3. การจัดป้ายนิเทศ ป้ายนิเทศจะติดไว้ที่ฝาผนังของห้องเรียน ส่วนใหญ่จะติดไว้ที่ข้าง กระดานดำทั้ง 2 ข้าง ครูควรใช้ป้ายนิเทศนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน โดย 3.1 จัดตกแต่ง ออกแบบให้สวยงาม น่าดู สร้างความสนใจแก่นักเรียน 3.2 จัดเนื้อหาสาระให้สอดคล้องกับบทเรียน อาจใช้ติดสรุปบทเรียน ทบทวนบทเรียน หรือ เสริมความรู้แก่นักเรียน 3.3 จัดให้ใหม่อยู่เสมอ สอดคล้องกับเหตุการณ์สำคัญหรือวันสำคัญต่าง ๆ ที่นักเรียนเรียน และควรรู้ 3.4 จัดติดผลงานนักเรียนและแผนภูมิแสดงความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียนจะเป็น การให้แรงจูงใจที่น่าสนใจวิธีหนึ่ง 4. แนวการจัดป้ายนิเทศ เพื่อให้การจัดป้ายนิเทศได้ประโยชน์คุ้มค่า ครูควรคำนึงถึง 4.1 กำหนดเนื้อหาที่จะจัด ศึกษาเนื้อหาที่จะจัดโดยละเอียด เพื่อให้ได้แนวคิดหลักหรือสาระสำคัญ เขียนสรุป หรือจำแนกไว้เป็นข้อ ๆ 4.2 กำหนดวัตถุประสงค์ในการจัด โดยคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายว่าต้องการให้เขารู้อะไร แค่ไหน อย่างไร 4.3 กำหนดชื่อเรื่อง ให้มีความน่าสนใจ เป็นข้อความสั้น ๆ มีความหมายชัดเจน ท้าทาย อาจมี ลักษณะเป็นคำถามและชี้ให้เห็นวัตถุประสงค์ในการจัดแผ่นป้าย 4.4 วางแผนการจัดคร่าว ๆ ไว้ในใจ ว่าจะใช้วัสดุอะไรบ้าง เช่น รูปภาพ แผนภาพ ของจริง ของ จำลอง การ์ตูน 4.5 ออกแบบการจัดป้านนิเทศที่แน่นอน โดยคำนึงถึงเนื้อหาและวัสดุ อุปกรณ์สิ่งที่มีอยู่ 4.6 ลงมือจัดจริงบนแผ่นป้ายตามรูปแบบที่วางแผนไว้ 5. การจัดสภาพห้องเรียนต้องให้ถูกสุขลักษณะ คือ 5.1 มีอากาศถ่ายเทได้ดี มีหน้าต่างพอเพียง และมีประตูเข้าออกได้สะดวก 5.2 มีแสงสว่างพอเหมาะ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนอ่านหนังสือได้ชัดเจน เป็นการถนอมสายตา ควร ใช้ไฟฟ้าช่วยถ้ามีแสงสว่างน้อยเกินไป 5.3 มีความสะอาด โดยฝึกให้นักเรียนรับผิดชอบช่วยกันเก็บกวาด เช็ดถู เป็นการปลูกฝังนิสัย รักความสะอาด และฝึกการทำงานร่วมกัน 6. การจัดมุมต่าง ๆ ในห้องเรียน ได้แก่ 6.1 มุมหนังสือ ควรมีไว้เพื่อฝึกนิสัยรักการอ่าน และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ครูควรหาหนังสือ หลาย ๆ ประเภทและเหมาะสมกับวัยมาจัดให้นักเรียน 6.2 มุมเสริมความรู้กลุ่มประสบการณ์ต่าง ๆ ควรจัดไว้ให้น่าสนใจ ช่วยเสริมความรู้ ทบทวนความรู้ เช่น มุมคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มุมความรู้ ข่าว เหตุการณ์ ฯลฯ 6.3 มุมแสดงผลงานของนักเรียน ครูควรติดบนป้ายนิเทศ แขวนหรือจัดวางไว้บนโต๊ะ เพื่อให้ นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในความสำเร็จ และมีกำลังใจในการเรียนต่อไป 6.4 ตู้เก็บสื่อการเรียนการสอน เช่น บัตรคำ แผนภูมิ กระดาษ สีกาว ฯลฯ ควรจัดไว้ให้เป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน สะดวกต่อการหยิบใช้ 6.5 มุมเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด ตลอดจนชั้นวางเครื่องมือใช้ของนักเรียน ควรสะอาดและเป็น ระเบียบเรียบร้อย 6.6 การประดับตกแต่งห้องเรียน เช่น ม่าน มู่ลี่ ภาพ ดอกไม้ คำขวัญ สุภาษิต ควรตกแต่งพอเหมาะ ไม่ให้ดูรกรุงรัง สีสันที่ใช้ไม่ควรฉูดฉาด ตัวอย่างการจัดห้องเรียน การจัดบรรยากาศทางด้านจิตวิทยา ประกอบด้วย 1. บุคลิกภาพของครู 2. พฤติกรรมการสอนของครู 3. เทคนิคการปกครองชั้นเรียนของครู 4. ปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน 1. บุคลิกภาพของครู สภาพบรรยากาศของห้องเรียนมีส่วนสัมพันธ์กับบุคลิกของครู ครูที่มีบุคลิกภาพดี เช่น การแต่งกาย การยืน การเดิน ท่าทาง น้ำเสียง การใช้คำพูด การแสดงออกทางสีหน้า แววตา ฯลฯ เหมาะสมกับการเป็นครูจะช่วยส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ได้ดี บุคลิกภาพ ของครูมีผลต่อความรู้ของนักเรียน ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน.2531) ครูประเภทที่ 1 ถ้าครูแสดงความเป็นมิตร นักเรียนจะอบอุ่นใจ ถ้าครูยิ้มแย้ม นักเรียนจะแจ่มใส ถ้าครูมีอารมณ์ขัน นักเรียนจะเรียนสนุก ถ้าครูกระตือรือร้น นักเรียนจะกระปรี้กระเปร่า ถ้าครูมีน้ำเสียงนุ่มนวล นักเรียนจะสุภาพอ่อนน้อม ถ้าครูแต่งตัวเรียบร้อย นักเรียนจะเคารพ ถ้าครูให้ความเมตตาปรานี นักเรียนจะมีจิตใจอ่อนโยน ถ้าครูให้ความยุติธรรม นักเรียนจะศรัทธา ครูประเภทที่ 2 ถ้าครูเข้มงวด นักเรียนจะหงุดหงิด ถ้าครูหน้านิ่วคิ้วขมวด นักเรียนจะรู้สึกเครียด ถ้าครูฉุนเฉียว นักเรียนจะอึดอัด ถ้าครูปั้นปึง นักเรียนจะกลัว ถ้าครูแต่งกายไม่เรียบร้อย นักเรียนจะขาดความเคารพ ถ้าครูใช้น้ำเสียงดุดัน นักเรียนจะหวาดกลัว ครูประเภทที่ 3 ถ้าครูท้อถอย นักเรียนจะท้อแท้ ถ้าครูเฉยเมย นักเรียนจะเฉื่อยชา ถ้าครูเชื่องช้า นักเรียนจะหงอยเหงา ถ้าครูใช้น้ำเสียงราบเรียบ นักเรียนจะไม่สนใจฟัง ถ้าครูปล่อยปละละเลย นักเรียนจะขาดระเบียบวินยั ถ้าครูแต่งกายไม่เรียบร้อย นักเรียนจะขาดความเคารพ จากบุคลิกภาพของครูทั้ง 3 ประเภท ที่กล่าวมาสรุปได้ว่า ครูประเภทที่ 1 จะสร้างบรรยากาศแบบประชาธิปไตย นักเรียนและครูจะ ยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น ได้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้รู้จักทำงานร่วมกัน รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเอง มีเหตุ มีผล นักเรียนจะรู้สึกมีความสุขในการเรียนและสบายใจในการเรียน เป็นบรรยากาศ ที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ ครูประเภทที่ 2 จะสร้างบรรยากาศแบบเผด็จการ นักเรียนไม่ได้แสดงความ คิดเห็น ครูจะเข้มงวด ไม่อิสระ ครูเป็นผู้บอก หรือทำกิจกรรมทุกอย่าง นักเรียนไม่มี โอกาสคิด หรือทำกิจกรรมที่ต้องการ นักเรียนจะรู้สึกเครียด อึดอัด นักเรียนจะขาด ลักษณะการเป็นผู้นำ ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นบรรยากาศที่ไม่ส่งเสริมให้เกิด การเรียนรู้ที่ดี ครูประเภทที่ 3 สร้างบรรยากาศแบบตามสบาย เป็นบรรยากาศน่าเบื่อหน่าย ย่อท้อ นักเรียน สับสน วุ่นวาย ขาดระเบียบวินัย ไม่มีความคงเส้นคงวาแน่นอน ครูไม่ สามารถควบคุมชั้นเรียนให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยได้ เป็นบรรยากาศที่ไม่ส่งเสริมให้ เกิดการเรียนรู้ที่ดี 2. พฤติกรรมการสอนของครู 1. ตอบสนองพฤติกรรมของนักเรียนโดยใช้เทคนิคการเสริมแรงที่เหมาะสม 2. เปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น และยอมรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน 3. ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม 4. ใช้เทคนิควิธีสอนที่ไม่ทำให้นักเรียนเบื่อหน่ายในการเรียน 3. เทคนิคการปกครองชั้นเรียนของครู หลักความใกล้ชิด หลักประชาธิปไตย หลักความยุติธรรม ผู้เรียน หลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา 4. ปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ปฏิสัมพันธ์ทางวาจา นักเรียน กับนักเรียน ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ นักเรียนมีความสามัคคีกัน การพูดจาร่วมกันในชั้นเรียน ซักถาม ครูให้ความเป็น รักใคร่กลมเกลียวกัน ระหว่างครูกับนักเรียน กันเองกับนักเรียน ให้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มี เช่น การบรรยาย การ นักเรียนมีอิสระ และมีความ น้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกัน อธิบาย การถามคำถาม สบายใจในการทำกิจกรรม และกัน การมอบหมายงาน การพูด ของนักเรียน เป็นต้น หลักการจัดชั้นเรียน 1. การจัดชั้นเรียนควรให้ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม ชั้นเรียนควรเป็นห้องใหญ่ หรือกว้างเพื่อสะดวกในการโยกย้ายโต๊ะเก้าอี้ จัดเป็นรูปต่าง ๆ 2. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อสร้างเสริมความรู้ทุกด้าน โดยจัดอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม หรือหนังสืออ่านประกอบที่น่าสนใจไว้ตามมุมห้อง 3. ควรจัดชั้นเรียนให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม 4. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีงาม ชั้นเรียนจะน่าอยู่ก็ ตรงที่ นักเรียนรู้จักรักษาความสะอาด 5. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อสร้างความเป็นระเบียบ ทุกอย่างจัดให้เป็นระเบียบทั้ ง อุ ป กรณ์ ข องใช้ ต ่ า ง ๆ เช่ น การจั ด โต๊ ะ ตู ้ ชั ้ น วางข อง และหนั ง สื อ 6. ควรจัดชั้นเรียนเพื่อสร้างเสริมประชาธิปไตย เช่น จัดให้นักเรียนเข้ากลุ่ทำงาน 7. ควรจั ดชั้ น เรี ย นให้ เอื ้อ ต่อ หลั กสู ตรที่ เ น้ น ผู ้เ รีย นเป็น ศูน ย์ก ลาง และให้ใ ช้ กระบวนการสอนหลากหลาย ดังนั้น ครูจึงควรจัดสภาพห้องเรียนให้เอื้ออำนวยต่อการ เรียนรู้ เช่น จัดที่นั่งเป็นรูปแบบต่าง ๆ อาจเป็น รู้ตัวยู ตัวที รูปครึ่งวงกลม หรือจัดเป็น แถวตอนลึก ลักษณะของชั้นเรียนที่ดี 1. ชั้นเรียนควรมีสีสันที่น่าดู สบายตา อากาศถ่ายเทได้ดี ถูกสุขลักษณะ 2. จัดโต๊ะ เก้าอี้ สิ่งที่อยู่ในชั้นเรียนให้เอื้ออำนวยต่อการสอน และกิจกรรมประเภทต่าง ๆ 3. ให้นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข มีอิสรเสรีภาพ และมีวินัยในการดูแลตนเอง 4. ใช้ประโยชน์ชั้นเรียนให้คุ้มค่า ครูอาจดัดแปลงเป็นห้องประชุม ห้องวิดีทัศน์ และอื่นๆ 5. จัดเตรียมชั้นเรียนให้พร้อมต่อการสอนในแต่ละครั้ง เช่น การทำงานกลุ่ม การสาธิต การแสดงบทบาทสมมุติ 6. สร้างบรรยากาศให้อบอุ่น ให้ความเป็นกันเองแก่ผู้เรียน รูปแบบการจัดชั้นเรียน 1. ชั้นเรียนแบบธรรมดา ชั้นเรียนที่มีครูเป็นศูนย์กลางเป็ นผู้นำการเรียนรู้ โดยมี นักเรียนเป็นผู้รับความรู้จากครู การจัดชั้นเรียนแบบนี้จะมีโต๊ะครูอยู่หน้าชั้นเรียน และมีโต๊ะ เรียนวางเรียงกันเป็นแถว โดยหันหน้าเข้าหาครู การจัดชั้นเรียนแบบธรรมดา 2. ชั้นเรียนแบบนวัตกรรม เป็นชั้นเรียนที่เอื้ออำนวยต่อการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนโดยใช้เทคนิควิธีสอนใหม่ ๆ เช่น การเรียนรู ้แบบร่วมมือ แบบโฟร์แมท แบบ โครงงาน เป็นต้น ซึ่งนักเรียนจะมีอิสระในการเรียน อาจเรียนเป็นกลุ่มหรือเป็น รายบุคคล โดยมีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษา การจัดชั้นเรียนจึงมีรูปแบบการจัดโต๊ะ เก้าอี้ใน ลักษณะต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเรียงแถวหันหน้าเข้ าหาครู เช่น จัดเป็นรูปตัวที ตัวยู วงกลม หรือจัดเป็นกลุ่ม การจัดชั้นเรียนแบบนวัตกรรม การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีความสุข คือ การจัดสภาพการเรียนการสอนให้มีบรรยากาศที่ผ่ อนคลาย นักเรียนรู้สึกเป็นอิ สระ ได้เรียนรู้โดยวิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ครูยอมรั บความแตกต่างระหว่างบุคคล และ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มตามศั กยภาพ การสร้างบรรยากาศให้ผู้เรี ยน ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนี้ การสร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุ ข ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต ดังนี้ 1. ทำให้ผู้เรียนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข สดชื่น เบิกบาน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเป็นผู้ ใหญ่ที่มี สุขภาพดีต่อไปในอนาคต 2. ทำให้ผู้เรียนเกิดกำลังใจ ใฝ่เรียนรู้ ไม่ท้อแท้ หรือท้อถอย เป็นการส่งเสริมนิสัย ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และรักการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ตลอดชีวิต 3. ทำให้ผู้เรียนมีจิตใจที่ดีงาม เพราะเด็กที่เจริญเติบโตขึ้นในบรรยากาศแห่งความรักก็จะรู้จักรัก ผู้อื่น 4. ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของตัวเอง และมีกำลังใจที่จะทำแต่สิ่งดีงามตลอดไป 5. ทำให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน เป็นการฝึกการยอมรับ มีเหตุผล ฝึกความอดทน รู้จัก ให้อภัย เป็นต้น ประเภทของการเรียนรู้อย่างมีความสุข พระธรรมปิฎก (2541) ได้จัดแบบของการเรียนรู้อย่างมีความสุขได้ 2 แบบ คือ 1. ความสุขที่อาศัยปัจจัยภายนอก เป็นความสุขที่เกิดจากสภาพแวดล้อม คือ มีกัลยาณมิตร เช่น ครู อาจารย์ เป็นผู้สร้างบรรยากาศแห่งความรัก ความเมตตา และช่วยให้สนุก ซึ่งต้องระวังเพราะถ้า ควบคุมไม่ดี ความสุขแบบนี้จะทำให้นักเรียนอ่อนแอลง ยิ่ งถ้ากลายเป็นการเอาใจหรือตามใจจะยิ่ ง อ่อนแอลงไปทำให้เกิดลักษณะพึ่งพา 2. ความสุขที่เกิดจากปัจจัยภายใน เป็นความสุขที่เกิดจากภายในตัวผู้เรี ยนเอง ซึ่งเป็นอิสระ ไม่ ต้องพึ่งผู้อื่น เช่น ผู้เรียนเกิดนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ใฝ่สร้างสรรค์ และมีความสุข จากการสนองความใฝ่รู้นั้น ความสุขแบบนี้ทำให้คนเข้มแข็ง เขาจะมีความสุขเมื่อได้เรียนรู้ เมื่อยิ่งทำก็ยิ่งมีความสุข และยิ่งมีความ เข้มแข็ง องค์ประกอบของการเรียนรู้ที่มีความสุข 1. เด็กแต่ละคนได้รับการยอมรับว่าเป็นมนุษย์ที่ม ีหัวใจและสมอง เด็กควรได้มีโอกาส เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจ มีโอกาสเลือกอนาคตของเขาเอง และมีสิทธิ์ได้รับ การปฏิบัติจากผู้ใหญ่อย่างมนุษย์คนหนึ่ง 2. ครูมีความเมตตา จริงใจ และอ่อนโยนต่อเด็กทุกคนโดยทั่วถึง มีการเตรียมตัวเพื่อการ สอนให้มีคุณภาพ มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเด็กให้รู้จักตัวเอง รู้จักแก้ปัญหา 3. เด็ ก แต่ ล ะคนได้ ม ี โ อกาสเลื อ กเรี ย นตามความถนั ด และความสนใจ ได้ ค ้ น พบ ความสามารถของตน 4. เด็กเกิดความรักและภูมิใจในตนเอง รู้จักปรับตัวได้ทุกที่ทุกเวลา รู้จักตัวเอง เห็น คุณค่าของชีวิต และความเป็นมนุษย์ของตนยอมรับทั้ งจุดดีและจุดด้อยของตน รู้จักเกรงใจ และให้เกียรติผู้อื่นมีเหตุผลและใจกว้าง พร้อมที่จะดำเนินชีวิตในบทบาทของผู้ใหญ่ที่มีความ รับผิดชอบ 5. เด็กได้รู้จักคิดและพัฒนาความคิดจากความรู้ที่ได้รับขยายวงไปสู่ความรู้ใหม่เกิดความ อยากรู้อยากเห็น อยากทดลอง อยากศึกษาให้ลึกซึ้งเพิ่มเติม รักการเรียน 6. การเรียนรู้ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในบทเรียน แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในสภาพ ความเป็นจริง ทั้งด้านสติปัญญา (IQ) ด้านอารมณ์ (EQ) และด้านจิตใจ (MQ) เทคนิคการจัดแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ 1. การพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ นักเรียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และกรรมการสถานศึกษา ซึ่งวิธีการพัฒนา ได้แก่ การประชุม อบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน จัดนิเทศ ประเมินผลการพัฒนาบุคลากรด้าน การจัดและการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ เป็นต้น 2. การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในแหล่งเรียนรู้ ควรปรับปรุงให้ทันสมัย เช่น สื่อ การ เรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ คอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น สำหรับ วิธีการที่ ควรนำมาใช้ในการพัฒนามีดังนี้ 2.1 จัดระบบข้อมูลข่าวสารให้ทันสมัยเป็นปัจจุบัน 2.2 บำรุงรักษาวัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ 2.3 นำวิธีการวิจัยและพัฒนามาใช้ในการสร้างสื่อการเรียนการสอน 2.4 พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยตลอดเวลา 2.5 ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยวิธีการสืบค้นสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต อย่างทั่วถึงและกว้างขวาง 2.6 ส่งเสริมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม 2.7 ประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงานพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ 3. การพัฒนาอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา เช่น ห้ อ งเรี ย นและห้ อ งประกอบการต่ า ง ๆ ห้ อ งสมุ ด โรงเรี ย น ห้ อ งสมุ ด ประจำหมวดวิ ช า ห้องเรียนธรรมชาติ ห้องเรียน วัฒนธรรม ศูนย์วิทยาการ แหล่งพิพิธภัณฑ์ อุทยานการศึกษา สวนสมุนไพร และสวนสุขภาพ เป็นต้น สำหรับวิธีการพัฒ นาแหล่งเรียนรู้ด้านอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษามีดังนี้ 3.1 กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายตาม หลักสูตรการศึกษาที่กำหนดไว้ 3.2 สำรวจความพร้อมด้านศักยภาพของสถานศึกษา 3.3 ระดมสรรพกำลังด้านทรัพยากรทั้งภายในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อร่วมกัน พัฒนาแหล่งเรียนรู้ 3.4 ออกแบบการบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้ 3.5 จัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อให้บริการในแหล่งเรียนรู้ 3.6 กำหนดรูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมินผลแหล่งเรียนรู้ 3.7 สรุปผลการประเมินการใช้แหล่งเรียนรู้เพื่อวางแผนการพัฒนาแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ต่อไป 4. การพัฒนากิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยลักษณะกิจกรรมที่ ควรนำมาใช้ในแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษามีดังนี้ การศึกษาคนคว้าข้อมูล การจัดทำโครงงาน การผลิตสิ่งของ การแสดงละคร/ การพัฒนาและอนุรักษ์ บทบาทสมมุติ การสร้างสถานการณ์ การฝึกทักษะการ การฝึกกระบวนการ จำลอง ปฏิบัติ ทำงานร่วมกัน การฝึกค่านิยมและ การพัฒนาบุคลิกภาพ จิตสำนึก แนวทางการดำเนินงานเพื่อการพัฒนากิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ ใน สถานศึกษามีวิธีการดังนี้ 1. วิเคราะห์คุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้ 2. กำหนดสถานการณ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาพแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ใน สถานศึกษา 3. ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมออกแบบกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนปฏิบัติจริงด้วยตนเองโดย ใช้ แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา 4. กระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนแสวงหาและร่วมกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ทั้งภายในและนอกสถานศึกษาตามความสนใจ 5. ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินตนเองในการศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ โดย เน้นการประเมินตามสภาพจริงให้สามารถสรุปเป็นความก้าวหน้าและผลสำเร็จของ ตนเองได้ 6. ให้ผู้เรียนนำผลจากการเรียนรู้ที่ได้รับจากแหล่งเรียนรู้ไปเสนอเพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ซึ่งกันและกัน สรุป การจัดบรรยากาศในชั้นเรียนนั้นครูเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างบรรยากาศการ เรียนรู้ที่มีความสุขให้เกิดแก่ผู้เรียน โดยการจัดบรรยากาศมีทั้งทางด้านกายภาพและ ทางด้านจิตวิทยา ผู้สอนควรจัดบรรยากาศทั้ง 2 ด้านนี้ให้เหมาะสม นอกจากนี้การสร้าง บรรยากาศการเรียนรู้ให้เกิดความสุขแก่ผู้เรียนก็เป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่จะ สร้างให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตร กิจกรรมท้ายคาบ (เก็บคะแนน) ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เลือกประเด็นที่กำหนดให้มาวิเคราะห์และสรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่ 1 ความหมาย ความสำคัญของการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน กลุ่มที่ 2 ประเภทและบรรยากาศที่พึงปรารถนาในชั้นเรียน กลุ่มที่ 3 หลักการจัดชั้นเรียน กลุ่มที่ 4 การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีความสุข กลุ่มที่ 5 องค์ประกอบของการเรียนรู้ที่มีความสุข กลุ่มที่ 6 เทคนิคการจัดแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ คาถามท้ายบท 1. จงอธิบายความสำคัญของการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน 2. บรรยากาศที่พึงปรารถนาในชั้นเรียนควรมีลักษณะเป็นอย่างไร 3. จงอธิบายการจัดบรรยากาศทางด้านกายภาพ 4. จงอธิบายการจัดบรรยากาศทางด้านจิตวิทยา 5. จงอธิบายหลักการจัดชั้นเรียน และลักษณะของห้องเรียนที่ดีว่าควรเป็นอย่างไร