ม.3 ทำข้อสอบครั้งที่ 2 PDF

Document Details

SimplestChalcedony3284

Uploaded by SimplestChalcedony3284

โรงเรียนกวดวิชา KDC

Tags

grammar practice english tenses english exercises thai education

Summary

เอกสารประกอบด้วยแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนมัธยมต้น (ม.3) เน้นการฝึกทักษะการใช้ Tense ต่างๆ ในภาษาอังกฤษ. แบบฝึกหัดประกอบด้วยคำถามและการเขียนประโยค

Full Transcript

โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 60 สระบุรี ชั้น 3 โซ...

โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 60 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 9. I haven’t had to make such a difficult decision for year. This is the …………...............…………. I have had to make. 10. It’s a very cheap restaurant. It’s the …………...............…………. in the town. B. Write questions in superlative form using the word provided. Example: What /big mistake/ ever make = What is the biggest mistake you’ve ever made? 1. Who / boring person / ever know _________________________________________________________________________. 2. What / good movie /ever see _________________________________________________________________________. 3. What /crazy thing / ever do _________________________________________________________________________. 4. What / expensive thing / ever buy _________________________________________________________________________. 5. What / beautiful place to visit / your country _________________________________________________________________________. TENSES 1. Tenses คือ รู ปของกริยาที่แสดงว่าการกระทานัน้ เกิดขึน้ เมื่อไร (เช่น อดีต ปั จจุบนั หรืออนาคต) 2. Tenses แบ่งได้เป็ น 3 รูปใหญ่ๆ คือ รูปอดีต (Past Tenses) รูปปั จจุบนั (Present Tenses) และรูปอนาคต (Future Tenses) 3. Tenses รู ปอดีต สามารถแบ่งย่อยเป็ น Tenses ต่างๆ ที่แสดงการกระทาที่เกิดขึน้ ในอดี ต ได้เป็ น 4 ชนิ ด ได้แ ก่ Past Simple, Past Continuous, Past Perfect, Past Perfect Continuous (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 61 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 4. Tenses รู ป ปั จ จุบัน สามารถแบ่ ง ย่ อ ยเป็ น Tenses ต่ างๆ ที่ แ สดงการกระท าที่ เกิ ด ขึ น้ ในปั จ จุบัน ได้เป็ น 4 ชนิ ด ได้แ ก่ Present Simpleม Present Continuous, Present Perfect, Present Perfect Continuous 5. Tenses รูปอนาคต สามารถแบ่งย่อยเป็ น Tenses ต่างๆ ที่แสดงการกระทาที่คาด ว่าจะเกิ ด ขึ น้ ในอนาคตในช่ วงเวลาใดเวลาหนึ่ ง แบ่ ง ได้เป็ น 4 ชนิ ด ได้แ ก่ Future Simple, Future Continuous, Future Perfect, Future Perfect Continuous 6. Tenses ทัง้ 12 ชนิด มีกฎเกณฑ์การใช้แตกต่างกันไป ตลอดจนรู ปของคากริยาก็ ต่างกันไปด้วย PRESENT TENSES 1. Present Simple Tenses 2. Present Continuous Tenses 3. Present Perfect Tenses 4. Present Perfect Continuous Tenses 1. Present Simple Tenses รู ป : Subject + V1 (-s, -es, -) + Complement / Object การใช้ 1. ใช้แสดงความจริงตามธรรมชาติ หรือข้อความจริงโดยทั่วไป ตัวอย่าง The sun sets in the west. ดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก Honesty is a human virtue. ความซื่อสัตย์คือคุณธรรมของมนุษย์ 2. ใช้แสดงการกระทาที่เป็ นนิสยั ถาวร หรือกระทาซา้ บ่อยๆ ตัวอย่าง I go to church every Sunday. ผมไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ Jack often comes to work late. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 62 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 แจ็คมาทางานสายบ่อย 3. ใช้แสดงสภาวะที่เป็ นจริงในปัจจุบนั หรือประเพณีท่นี บั ถือเป็ นการ ถาวร ตัวอย่าง Buddhists abstain from meat. พุทธศาสนิกชนละการบริโภคเนือ้ 4. ใช้แสดงเหตุการณ์ในช่วงอนาคตโดยมากมักจะเกี่ยวเนื่องกับการ เดินทาง ตัวอย่าง He leaves for Australia next week. เขาจะเดินทางไปออสเตรเลียในสัปดาห์หน้า 5. ใช้ในประโยคอุทาน ตัวอย่าง Here comes Jack! นี่ไง แจ็คมาแล้ว There goes the train! รถไฟไปโน่นแล้วไง 2. Present Continuous Tenses รู ป : Subject + is / am / are + Ving + Complement / Object การใช้ 1. ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์หรือการกระทาที่กาลังดาเนินอยู่ในขณะที่พดู ตัวอย่าง Mother is cooking now. ตอนนีค้ ณ ุ แม่กาลังปรุงอาหารอยู่ The sun is shining so it is a lovely day for a picnic. ดวงอาทิตย์กาลังทอแสง ดังนัน้ วันนีจ้ ึงเหมาะแก่การไปปิ กนิก 2. ใช้กบั การกระทาที่เกิดขึน้ ในปัจจุบนั เพียงชั่วคราว ตัวอย่าง I am cleaning the table. ผมกาลังเช็ดโต๊ะ (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 63 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 3. ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์หรือการกระทาที่เกิดขึน้ ซา้ แล้วซา้ อีก และผู้ พูดรูส้ กึ ไม่ค่อยพอใจที่เกิดเหตุการณ์ดงั กล่าวซา้ ซากจนน่าเบื่อ ตัวอย่าง You are always spilling things. เธอนี่ชอบทาอะไรหกเลอะเทอะอยู่เรื่อย Her mother is always complaining about trivial things. แม่ของเธอมันจะบ่นกระจุกกระจิกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ 4. ใช้เพื่อกล่าวว่า ขณะที่เหตุการณ์อย่างหนึ่งกาลังดาเนินอยู่ ก็มี เหตุการณ์หรือการกระทาอีกอย่างหนึ่งเกิดขึน้ แทรกเข้ามาโดยไม่คาด ฝัน ตัวอย่าง As I am playing chess, my sister comes in. ขณะที่ผมกาลังเล่นไพ่อยู่ น้องสาวของผมก็เข้ามา หมายเหตุ เราจะไม่ใช้คากริยาต่อไปนีใ้ นรูป continuous forms ก. กริยาแสดงการรับรู ้ (verbs of perception) ได้แก่ feel, hear, notice, recognize, see, smell, taste ข. กริยาแสดงอารมณ์ความรูส้ ึก (verbs of emotion) ได้แก่ desire, dislike, forgive, hate, like, love, prefer, refuse, want, wish ค. กริยาแสดงการเป็ นเจ้าของ (verbs of possession) ได้แก่ belong, owe, own, possess ง. กริยาแสดงความคิดและทัศนะ (verbs of thinking and ideas) ได้แก่ believe, doubt, expect, feel (think), forget, hope, know, mean, mind, realize, recall, recollect, remember, suppose จ. กริยาอื่นๆ (other verbs) ได้แก่ appear, call, concern, consist, contain, deserve, matter, seem ตัวอย่าง Susan loves George. ซูซานรักยอร์จ I think I still owe you one hundred baht. ผมคิดว่าผมยังเป็ นหนีค้ ณ ุ อยู่ 100 บาท (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 64 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 3. Present Perfect Tenses รู ป : Subject + have / has + V3 + Complement / Object การใช้ 1. ใช้แสดงการกระทาที่เสร็จสิน้ สมบูรณ์ไปแล้ว แต่ผลหรือิทธิพลของ การกระทานัน้ ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบนั ตัวอย่าง You have eaten your dinner. คุณได้ทานอาหารเย็นแล้ว 2. ใช้แสดงการกระทาที่เกิดขึน้ ในอดีตช่วงใดช่วงหนึ่ง โดยที่ไม่ สามารถระบุเวลาที่เกิดได้ชดั เจนแน่นอน ตัวอย่าง So far, you have not done your best. จนถึงตอนนี ้ คุณยังไม่ได้ทาดีท่สี ดุ เลย She has read this book at least three times. เธอได้อ่านหนังสือเล่มนีม้ าอย่างน้อยที่สดุ ก็สามครัง้ แล้ว 3. ใช้แสดงการกระทาที่ได้เริ่มขึน้ ในอดีต และยังคงดาเนินต่อเนื่อง มาในปัจจุบนั ตัวอย่าง Perter has worked as an engineer for five years. ปี เตอร์ทางานหน้าที่วิศวกรมาเป็ นเวลา 5 ปี แล้ว I have not seen Peter since last Friday. ผมไม่ได้พบปี เตอร์เลยนับตัง้ แต่วนั ศุกร์ท่ผี ่านมา หมายเหตุ หากการกระทาที่เกิดขึน้ ในอดีตนั้น มี ช่วงเวลาระบุไว้ อาทิ ago, yesterday, last week / month / year, one week ago, in 1976, two days ago ให้ ใ ช้ Past Tense แต่ถ้าหากเป็ น adverbs เช่น ever, already, for, just, lately, never, recently, up to the present ให้ใช้ Present Perfect Tense ตัวอย่าง He finished his essay an hour ago. เขาเขียนเรียงความเสร็จได้ 1 ชั่วโมงแล้ว He has just finished his essay. เขาเพิ่งจะเขียนเรียงความเสร็จ 4. Present Perfect Continuous Tenses รู ป : Subject + have / has + been + Ving + Complement / Object (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 65 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 การใช้ 1. ใช้แสดงการกระทาที่ได้เริ่มต้นในอดีต และดาเนินต่อเนื่องมา ตลอดจนกระทั่งถึงขณะที่กาลังพูด ตัวอย่าง I have been studying Chinese. ผมเรียนภาษาจีน (แสดงว่า เรียนภาษาจีนมาตัง้ แต่อดีตเรื่อยมาตลอด จนถึง ปัจจุบนั ก็ยงั เรียนอยู่) Peter has been living in Germany since 195. ปี เตอร์อาศัยอยู่ท่ีประเทศเยอรมนีมาตลอดจับตัง้ แต่ปี 1952 เป็ น ต้นมา (แสดงว่า ปี เตอร์ได้ใช้ชีวิตในประเทศนีม้ าโดยตลอด เรื่อยมานับตัง้ แต่อดีตจนถึงปั จจุบนั ก็ยงั อยู่) 2. ใช้แสดงการกระทาที่จะดาเนินต่อเนื่องไปอีกในอนาคต โดยปกติ มักจะปรากฏคาว่า since หรือ for อยู่ดว้ ย ตัวอย่าง She has been doing her mother’s work since she was admitted into hospital. เธอได้ทางานของแม่มาโดยตลอดนับตัง้ แต่ท่แี ม่เข้ารับการรักษาตัว ในโรงพยาบาล (เธอจะต้องทางานแทนแม่ของเธอต่อไปอีก จนกว่าแม่จะหายเป็ น ปกติ) (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 66 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 Exercise 1 In each item, decide which one of the four choices given would most suitably complete the sentence. 1. They ………… us since five o’clock this morning until now. a. are helping b. have helped c. help d. have been helping 2. My aunt, Jane, ………… manager of the hotel. a. is just made b. is just being made c. has just been made d. has just been making 3. I ………… something unpleasant ; they must be preparing hydrogen sulphide. a. am smelling b. have had smelled c. have been smelling d. smell 4. No one can prove that the earth ………… not round. a. is b. is being c. has been d. is been 5. While Jenny ………… , her brother is playing records. a. has been reading b. is reading c. has read d. is being read 6. I ………… the incident as if it were yesterday. a. have still remembered b. have still remembering c. have still been remembering d. still remember 7. “Tell the boys to stop shouting. We ………… our essays now.” a. write b. are writing c. have written d. have been writing 8. “There she ………… ! We needn’t wait any longer.” a. comes b. is coming c. has come d. has been coming (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 67 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 9. Mrs. Jane ………… about the food she has at lunch. a. complains always b. has always been complained c. is always complaining d. has always been complaining 10. I ………… much of the book but I don’t find it interesting. a. read b. am reading c. have read d. have been reading 11. Andrew ………… sure that whoever is appointed chairman will be acceptable to him. a. is feeling b. feels c. has d. has been feeling 12. My younger brother ………… in the factory in Bangkok for two months now. a. works b. is working c. has been working d. is being worked PAST TENSES 1. Past Simple Tenses 2. Past Continuous Tenses 3. Past Perfect Tenses 4. Past Perfect Continuous Tenses 1. Past Simple Tenses รู ป : Subject + V2 + Complement / Object การใช้ 1. ใช้แสดงเหตุการณ์ท่เี กิดขึน้ มาในช่วงอดีต (a past occurrence) ตัวอย่าง I ate dinner at that restaurant once. ผมทานอาหารเย็นที่ภตั ตาคารแห่งนัน้ มาแล้วครัง้ หนึ่ง (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 68 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 The train reached the station at three yesterday. รถไฟมาถึงสถานีเมื่อตอนบ่าย 3 โมงวานนี ้ 2. ใช้แสดงอุปนิสยั ในอดีต (a past habit) ตัวอย่าง I gambled when I was young. ผมเล่นการพนันตอนที่ผมยังเป็ นหนุ่ม 3. ใช้กบั การกระทาที่เกิดขึน้ ในเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต โดยที่ไม่ ทราบว่าเหตุการณ์หรือการกระทานัน้ เริ่มตอนไหน จบตอนไหน ตัวอย่าง They stayed at the First Hotel for some time. พวกเขาพักกันที่โรงแรมเฟิ รส์ ท์ครัง้ หนึ่ง 4. ใช้กบั การกระทาในอดีตเป็ นชุด (a series of past actions) ซึ่ง แสดงลาดับเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน ตังอย่าง I entered the room, switched on the television, sat on the sofa and lit a pipe. ผมเขาไปในห้อง เปิ ดโทรทัศน์ นั่งบนโซฟา และจุดบุหรี่สบู 2. Past Continuous Tenses รู ป : Subject + was / were + Ving + Complement / Object การใช้ 1. ใช้บรรยายเหตุการณ์ หรือการกระทาที่กาลังเกิดขึน้ หรือกาลัง ดาเนินอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต ตัวอย่าง A great cloud was leaving the top of the mountain. เมฆก้อนมหึมากาลังล่องลอยออกจากยอดเขา They were eating lunch at 12. พวกเขากาลังทานอาหารเที่ยงตอน 12 นาฬิกา 2. ใช้แสดงถึงการกระทาหนึ่งที่ กาลังดาเนินอยู่ในอดีต และมี การ กระท าอีกอย่างหนึ่ งเกิ ดขึน้ ในขณะนั้น ด้วย การกระทาที่ กาลัง ดาเนิน อยู่ก่ อนใช้ Past Continuous Tenses ส่วนการกระท าที่ เกิดแทรกเข้ามาทีหลังใช้ Past Simple Tenses ตัวอย่าง (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 69 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 I was taking a bath when the phone rang. ผมกาลังอาบนา้ อยู่ขณะที่เสียงโทรศัพท์ดงั ขึน้ 3. ใช้แสดงการกระทาที่บคุ คล 2 ฝ่ าย กาลังกระทากิจกรรมเหล่านัน้ พร้อมๆ กัน ในอดีต นั่นคือ การกระทาทัง้ 2 อย่างนัน้ อยู่ในรู ป Past Continuous ด้วยกันทัง้ คู่ ตัวอย่าง While he was reading, the children were playing. ขณะที่เขากาลังอ่านหนังสือ เด็กๆ ก็กาลังเล่นกัน 4. ใช้แสดงการกระทาที่เกิดขึน้ ซา้ บ่อยๆ ในอดีต ตัวอย่าง George was always playing tricks on his uncle. ยอร์จชอบหยอกเย้าคุณปู่ เสมอ 3. Past Perfect Tenses รู ป : Subject + had + V3 + Complement / Object การใช้ 1. ใช้แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึน้ ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งหรือก่อน เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต เหตุการณ์ท่เี กิดขึน้ ก่อนใช้ Past Perfect Tenses ส่ ว นเหตุ ก ารณ์ ที่ เ กิ ด ขึ ้น ภายหลั ง ใช้ Past Simple Tenses ตัวอย่าง We had finished our work so we went home. เราทางานเสร็จแล้ว เราจึงกลับบ้าน She forgot that she had turned on the gas cooker. เธอลืมไปว่าได้เปิ ดเตาแก๊สทิง้ ไว้ The match had already begun when we arrived. การแข่งขันได้เริ่มขึน้ เรียบร้อยแล้วเมื่อเราไปถึง 4. Past Perfect Continuous Tenses รู ป : Subject + had been + Ving + Complement / Object การใช้ 1. ใช้ แ สดงการกระท าที่ ก าลั ง เกิ ด ขึ ้ น ในอดี ต อย่ า งต่ อ เนื่ อง (continuously) หรือเกิดขึน้ ซา้ แล้วซา้ อีก (repeatedly) ตัวอย่าง We had been studying for months. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 70 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 (so we felt confident on examination day) เราได้เรียนมาเป็ นเวลาหลายเดือนแล้ว (ดังนัน้ เราจึงรูส้ กึ มั่นใจในการสอบ) John had not been sleeping well. (so he asked the doctor for some sleeping pills) จอห์นนอนไม่หลับมาตลอด (ดังนัน้ เขาจึงขอให้หมดจ่ายยานอนหลับให้เขา) Exercise 2 In each item, decide which one of the four choices given would most suitably complete the sentence. 1. On reaching home I discovered that I ………… my keys at my uncle’s. a. left b. was left c. was leaving d. had left 2. The school authorities and the teachers ………… over the advantages of the demerit system. a. were always argued b. were always arguing c. had always argued d. had always been arguing 3. We determined not to do it unless Jack ………… it too. a. had been doing b. had done c. was doing d. did 4. After Jim ………… his bath, he went to bed. a. were having b. had c. had had d. had been having 5. When I was young, I ………… to school every day. a. walked b. was walking c. had walked d. had been walking (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 71 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 6. It ………… heavily for over a week and the downpour had caused landslides in many places. a. rained b. had rained c. was raining d. had been raining 7. The hunter raised his rifle, aimed at the rhinoceros, pulled the trigger and ………… it. a. shot b. was shooting c. was being shot d. had shot 8. George told Susie that he ………… what he was doing during the vacation. a. just asked b. had just asked c. was just asking d. had just been asked 9. Mr. Smith ………… with the government for thirty – seven years when he retired last year. a. worked b. has been working c. was working d. had worked 10. The goods ………… when we arrived at the airport. a. were just unloading b. had just been unloading c. were just been unloaded d. were just being unloaded 11. While I ………… television, the door bell rang. a. watched b. was watching c. has been watching d. had watched 12. Harold ………… when he took his brother’s car without permission. a. was punished b. had been punished c. had been punishing d. punished (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 72 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 FUTURE TENSES 1. Future Simple Tense 2. Future Continuous Tense 3. Future Perfect Tense 4. Future Perfect Continuous Tense 1. Future Simple Tense รู ป : Subject + will / shall / be going to + V1 + Complement / Object การใช้ 1. ใช้แสดงการกระทาที่คาดว่าจะเกิดขึน้ ในอนาคตโดยมากมักจะมี adverbs of time บ่งบอกอยู่ ตัวอย่าง I shall be twenty – two on my next birthday. ผมจะมีอายุครบ 22 ปี ในวันเกิดเกิดถัดไป Peter says he is going to be a doctor when he grows up. ปี เตอร์บอกเขาจะเป็ นหมดเมื่อเขาโตขึน้ หมายเหตุ เราใช้รูป be going to + V1 เพื่อแสดงอนาคตที่ตงั้ ไว้หรือเพิ่มแสดงความแน่ใจ I am going to learn riding. ผมตัง้ ใจว่าจะเรียนขับรถ 2. ใช้ในประโยคค าถามในลัก ษณะที่ เป็ น การขอร้อ ง ขออนุญ าต หรือขอคายืนยัน ตัวอย่าง Will you go with me ? คุณจะไปกับผมไหม Will you please come here at 8.00 ? คุณจะกรุณามานี่เวลา 8.00 น. ได้ไหม Shall I go to Bangsaen ? ผมขออนุญาตไปบางแสนได้ไหม (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 73 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 2. Future Continuous Tense รู ป : Subject + will be / shall be + Ving + Complement / Object การใช้ 1. ใช้แสดงการกระทาที่จะเกิดในอนาคตตามช่วงเวลาที่ระบุไว้แน่ชดั (a particular point of time) เช่ น at eleven o’clock tomorrow, at this time on Friday, this Monday night ตัวอย่าง At eleven o’clock tomorrow I shall be travelling to Tokyo. พรุง่ นีเ้ วลา 11.00 น. ผมจะเดินทางไปโตเกียว At this time on Friday Peter will be having hunch with Mary. วันศุกร์เวลาเดียวกันนี ้ ปี เตอร์จะรับประทานอาหารเที่ยงกับแมรี่ 2. ใช้แสดงการกระทาที่จ ะดาเนินอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งใน อนาคต ตัวอย่าง I shall be playing badminton all day tomorrow. ผมจะเล่นแบดมินตันในวันพรุง่ นีท้ งั้ วัน 3. ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทาที่อาจจะเกิดขึน้ ในอนาคต โดย ที่ยงั ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าจะเกิด ตัวอย่าง A storm will be coming soon. พายุจะมาในไม่ชา้ นี ้ (ยั ง ไม่ แ น่ ใ จว่ า จะมาจริ ง หรื อ เปล่ า เพี ย งแค่ ค าดเดาจาก สภาพการณ์) 3. Future Perfect Tense รู ป : Subject + will / shall have + V3 + Complement / Object การใช้ ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทาที่จะเสร็จสิน้ สมบูรณ์ก่อนการกระทา อีกอย่างหนึ่งในอนาคต หรือเวลาในอนาคต ตัวอย่าง I shall have completed my university education before I am twenty – one. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 74 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 ผมจะเรียนจบการศึกษามหาวิทยาลัยก่อนอายุ 21 ปี I shall have finished my work by nine o’clock. ผมจะทางานของผมให้เสร็จก่อน 9 นาฬิกา The telegram will have reached New York before you plane lands. โทรเลขจะไปถึงนิวยอร์กก่อนที่เครื่องบินของคุณจะร่อนลง 4. Future Perfect Continuous Tense รู ป : Subject + will / shall have been + Ving + Complement / Object การใช้ 1. ใช้แสดงระยะเวลาของการเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่จะดาเนินต่อเนื่อง ไปในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต ตัวอย่าง We shall have been studying English eleven years by the time we take the School Certificate Examination. เราจะเรียนภาษาอังกฤษครบ 11 ปี เมื่อถึงช่วงเวลาที่เราจะสอน รับวุฒิบตั รของโรงเรียน By June next year I shall have been teaching for 10 years. ภายในเดือนมิถนุ ายนปี หน้า ผมจะสอนครบ 10 ปี พอดี Exercise 3 In each item, decide which one of the four choices given would most suitably complete the sentence. 1. We ………… our examination next Monday. a. will be taking b. will take c. will have taken d. will have been taken 2. Before the end of the eighties, air pollution ………… a serious problem that jeopardizes the health of the human race. a. will have been become b. will become c. will be becoming d. will have become (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 75 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 3. “You ………… for your disobedience!” the teacher threatened one of his students. a. will punish b. will be punished c. will have punished d. will have been punished 4. By next December, I ………… fifty – five. a. will have to be b. will c. will have been d. shall be 5. Mr. Smith ………… here for six years next July. a. shall live b. will be living c. will have been living d. will have lived 6. I promise you that I ………… you a present next week. a. shall be given b. shall have given c. will give d. had given 7. We ………… working on the project by the end of next week. a. shall have finished b. shall be finishing c. will finish d. will be finished 8. The patient ………… nothing but orange juice for the whole of next week. a. will be had b. will be having c. will have had d. will have been having 9. I ………… the whole book by the day after tomorrow. a. shall read b. shall be reading c. shall have been reading d. shall have read 10. We ………… for you when the train arrives. a. will wait b. will be waiting c. will have waited d. will have been waited 11. Let’s have a good sleep. Tomorrow, we ………… all day. a. shall work b. shall have worked c. shall be working d. shall have been working (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 76 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 12. Mr. Jackson ………… with the government for thirty – seven years by the time he retires. a. will work b. will be working c. will have worked d. will have been working Active and Passive Voice Voice หมายถึง ลักษณะของการกระทาในประโยค ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็ น 2 ประเภท คือ 1. Active Voice คื อป ระโยค ที่ มี รู ป กริ ย าซึ่ ง ป ระธ าน เป็ น ผู้ ก ระท า (agent) ตัวอย่างเช่น - The dog bit a little girl. - The teacher teaches English very well. โครงสร้างประโยค Active Voice Subject + v.1 2. Passive Voice คื อ ประโยคที่ มี รูป กริย าซึ่ ง ประธานเป็ นผู้ ถู ก กระท า โดยใน ประโยคอาจจะมีการระบุผกู้ ระทาอยู่ขา้ งหลังคาว่า “by” หรืออาจจะไม่มีก็ได้ ตัวอย่างเช่น - The wounded soldiers were sent to hospital. - This song is sung by Ronan Keating. โครงสร้างประโยค Passive Voice Subject + verb to be + v.3 (+ by + agent) (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 77 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 หลักการเปลี่ยน Active Voice เป็ น Passive Voice 1. ให้หาประธาน คากริยา และกรรมของแต่ละประโยค ถ้าในประโยคนัน้ ไม่มีกรรมจะ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็ น Passive Voice ได้ ตัวอย่างเช่น - Sarah slept well last night. (ประโยคนีไ้ ม่สามารถเปลี่ยนเป็ น passive ได้ เนื่องจากไม่มีกรรมมารองรับ) - He eats bananas. (ประโยคนีเ้ ป็ นประโยคที่สามารถเปลี่ยนเป็ น passive ได้ เนื่องจากมีกรรม (bananas) มารองรับ) 2. เปลี่ยนกรรมในประโยค active ให้เป็ นประธานในประโยค passive และกลับเอา ประธานไปเป็ นกรรม โดยให้ตามหลัง by ตัวอย่างเช่น He eats bananas. Bananas by him 3. เปลี่ยนรูปคากริยาแท้ของประโยคให้เป็ นคากริยาช่องที่ 3 และข้างหน้าคากริยาช่องที่ 3 ให้ใส่ verb to be ซึ่งจะต้องเป็ น tense เดียวกันกับคากริยาแท้ในประโยค active ดังนัน้ verb to be จึ ง สามารถเป็ นได้ทั้ ง is, am, are, was, were, be, being, been ทั้ ง นี ้ขึ ้น อยู่ กั บ คากริยาแท้ในประโยคเดิมด้วย ตัวอย่างเช่น He eats bananas. Bananas are eaten by him. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 78 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 ข้ อสังเกต รูปประโยค Passive Voice ที่มี by + agent นัน้ จะใช้เมื่อต้องการเน้นตัวผูก้ ระทา เท่านัน้ แต่ถา้ ไม่ตอ้ งการเน้นก็ไม่จาเป็ นต้องใส่ ตัวอย่างเช่น Active Voice : They built this bridge in 1980. Passive Voice : This bridge was built in 1980. (ไม่จาเป็ นต้องมี by them) Active Voice : James told this story. Passive Voice : This story was told by James. (ควรมี by James เพื่อเน้นว่าใครเป็ นคน เล่าเรื่องนี)้ ถ้าจะละผูก้ ระทาสามารถทาได้ในกรณีต่อไปนี ้ - เมื่อไม่ตอ้ งการจะเน้นผูก้ ระทา - เมื่อผูก้ ระทาไม่ระบุชดั เจนว่าเป็ นใคร - เมื่อต้องการกล่าวเพียงว่าอะไรได้ถกู กระทาเท่านัน้ ตัวอย่างเช่น - My watch was stolen last night. - Bottles are made of glass. 4. ในกรณีท่ีคากริยาแท้ประกอบด้วยคากริยามากกว่า 1 คา (คาที่อยู่ทา้ ยสุดคือคากริยา หลัก) ให้ดึงคากริยาทัง้ หมดที่อยู่ขา้ งหน้าคากริยาหลักลงมาได้เลย (แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง รู ปไปตามประธานบ้าง) และใช้ verb to be รู ปเดียวกันกับคากริยาหลัก แล้วจึ งตามด้วยคา กริยาหลักที่เปลี่ยนเป็ นคากริยาช่องที่ 3 ตัวอย่างเช่น Active Voice : She is going to tell lies. Passive Voice : Lies are going to be told. Active Voice : They have seen him here. Passive Voice : He has been seen here. Active Voice : She must have made all these clothes. Passive Voice : All these clothes must have been made by her. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 79 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 5. ส าหรับ ประโยคที่ มี ก รรม 2 ตั ว คื อ กรรมตรง (direct object) และกรรมรอง (indirect object) สามารถเปลี่ยนให้เป็ นประโยค Passive Voice ได้ 2 แบบดังนี ้ 5.1 ใช้ก รรมตรงเป็ น ประธานในประโยค Passive Voice โดยใช้เติ ม กริย า to be ตาม tense นั้น ๆ และเปลี่ ยนคากริยาแท้ให้เป็ น คากริยาช่ องที่ 3 จากนั้น ให้เติม “to” หรือ “for” ตามด้วยกรรมรอง แล้วเติม by ตามด้วยประธานตัวเดิม ตัวอย่างเช่น Active Voice : Linda sent a parcel to me. Passive Voice : A parcel was sent to me by Linda. 5.2 ใช้กรรมรองเป็ นประธานในประโยค Passive Voice ตัวอย่างเช่น Active Voice : Linda sent me a parcel. Passive Voice : I was sent to a parcel by Linda. ข้ อควรทราบเพิ่มเติม ในกรณีท่ีมีกรรม 2 ตัว คือ กรรมตรงและกรรมรอง อยู่ในประโยคเดียวกัน ให้สงั เกตว่า กรรมตรงมักจะเป็ นสิ่งของและกรรมรองมักจะเป็ นบุคคล ตัวอย่างเช่น - His mother gave him some money yesterday. (him เป็ นกรรมรอง และ some money เป็ นกรรมตรง) = He was given some money by his mother yesterday. = Some money was given to him by his mother yesterday. 6. ถ้ า ใน ป ระ โย ค Active Voice มี ค าต่ อ ไป นี ้ เช่ น say, believe, claim, think, consider, fear, hope เป็ นต้น เมื่อต้องการจะเปลี่ยนให้เป็ นประโยค Passive Voice เรามักจะ เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่อยู่ขา้ งหน้าของประโยคเท่านัน้ ตัวอย่างเช่น Active Voice : People say that there’s a tiger in that village. Passive Voice : It is said that there’s a tiger in that village. Active Voice : They believed that the rain caused a lot of damage to this area. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 80 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 Passive Voice : It was believed that the rain caused a lot of damage to this area. หมายเหตุ ประโยค Passive Voice ในแบบข้อ 6 (passive + “that” clause) สามารถเขียน ได้อีกแบบหนึ่ง คือ นาเอาประธานของ “that” clause มาเป็ นประธานในประโยค Passive Voice แล้วเปลี่ยนคากริยาใน “that” clause ให้เป็ น to + v.1 ตัวอย่างเช่น Active Voice : It was believed that the rain caused a lot of damage to this area. Passive Voice : The rain was believed to cause a lot of damage to this area. 7. ในกรณี ท่ี เป็ น ประโยคค าสั่ง เมื่ อ เปลี่ ย นเป็ น ประโยค Passive Voice ให้ใส่ Let + กรรม + be + v.3 ตัวอย่างเช่น Active Voice : Open the window. Passive Voice : Let the window be opened. 8. ประโยคคาถามเมื่อต้องการเปลี่ยนเป็ นประโยค Passive Voice ควรทาดังนี ้ 8.1 เปลี่ยนประโยค active ที่เป็ นคาถามให้เป็ นประโยคบอกเล่าก่อน 8.2 เปลี่ยนประโยคบอกเล่านัน้ ให้เป็ นประโยค Passive Voice 8.3 เปลี่ยนประโยค Passive Voice นั้นให้กลับมาเป็ นประโยคคาถามเหมื อนเดิม ตัวอย่างเช่น Active Voice : Did you write this postcard ? ขัน้ ที่ 1 : You wrote this postcard. (ยังไม่ใช่คาตอบ) ขัน้ ที่ 2 : This postcard was written by you. (ยังไม่ใช่คาตอบ) Passive Voice : Was this postcard written by you ? (เป็ นคาตอบ) รู ปแบบการเปลี่ยนคากริยา Active Voice เป็ น Passive Voice เราสามารถเปลี่ยนแปลงรูปของคากริยาจากประโยค Active Voice เป็ นรูปของคากริยา ในประโยค Passive Voice โดยเป็ นไปตามโครงสร้างของ tense ต่างๆ ได้ดงั ต่อไปนี ้ (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 81 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 1. Present Simple Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : David delivers letters every day. Passive Voice : Letters are delivered by David every day. Active Voice : My mother doesn’t make dresses. Passive Voice : Dresses aren’t made by my mother. 2. Present Continuous Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : She is writing a letter now. Passive Voice : A letter is being written by her now. Active Voice : They are baking croissants at present. Passive Voice : Croissants are being baked by them at present. 3. Present Perfect Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : He has made that table. Passive Voice : That table has been made by him. Active Voice : The company has sent my aunt to Switzerland. Passive Voice : My aunt has been sent to Switzerland by the company. 4. Past Simple Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : Natty wrote these letters. Passive Voice : These letters were written by Natty. Active Voice : They heard the noise of the explosion. Passive Voice : The noise of the explosion was heard (by them). 5. Past Continuous Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : He was digging a hole. Passive Voice : A hole was being dug by him. Active Voice : They were hunting a deer. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 82 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 Passive Voice : A deer was being hunted by them. 6. Past Perfect Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : Someone had stolen her bag. Passive Voice : Her bag had been stolen. Active Voice : The police had arrested the thieves. Passive Voice : The thieves had been arrested by the police. 7. Future Simple Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : The teacher will not punish that naughty boy. Passive Voice : That naughty boy will not be punished by the teacher. Active Voice : We shall finish the work soon. Passive Voice : The work will be finished (be us) soon. 8. Future Perfect Tense ตัวอย่างเช่น Active Voice : She will have done her homework by 10 o’clock. Passive Voice : Her homework will have been done by 10 o’clock. Active Voice : He will have finished the work by to morrow. Passive Voice : The work will have been finished by him by tomorrow. หมายเหตุ Active Voice ใช้ tense อะไร Passive Voice ก็ตอ้ งใช้ tense นัน้ ๆ ด้วย (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 83 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 Exercise 1 A. Fill in each blank with the correct verb form of the verbs given to make sensible passive voice. spoil sign deliver build invent write publish teach cook find 1. The mail is ……………… at 10 o’clock. 2. The house was ……………… in 1920. 3. The contract must be ……………… by Mr. Smith. 4. The book was ……………… in France. 5. The dinner was ……………… by Mrs. Brown. 6. Are foreign languages ……………… to most students ? 7. Has the countryside been ……………… by pollution ? 8. This song had been ……………… before I was born. 9. Has your car been ……………… yet ? 10. Photography was ……………… by Thomas Edison. B. Put  if the given sentence is active voice or passive voice. 1. He teaches English.  Active Voice  Passive Voice 2. Jack will be punished by the teacher.  Active Voice  Passive Voice 3. It is read by people all over the world.  Active Voice  Passive Voice 4. The cat ate the grilled fish.  Active Voice  Passive Voice 5. Sri is writing a letter.  Active Voice  Passive Voice (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 84 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 6. The car was repaired by Mr. Brown.  Active Voice  Passive Voice 7. My books have been stolen.  Active Voice  Passive Voice 8. People always admire this picture.  Active Voice  Passive Voice 9. When was the house built ?  Active Voice  Passive Voice 10. No one has ever beaten him at tennis.  Active Voice  Passive Voice C. Change the following sentences into passive voice. 1. They gave us a warm welcome................................................................................................................................... 2. My father is buying the children some ice – cream................................................................................................................................... 3. The doctor will give me some medicine................................................................................................................................... 4. Lock the door before going out................................................................................................................................... 5. Clean your dirty shoes now................................................................................................................................... 6. Wash your hands before meal................................................................................................................................... 7. Has Micheal break a glass ?.................................................................................................................................. 8. Does the maid clean the house ?.................................................................................................................................. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 85 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 Conditional Sentences Conditional Sentences หรือ if – clause หมายถึง ประโยคเงื่อนไข ซึ่งประกอบด้วย ข้อ ความ 2 ส่วน คื อ ส่วนที่ เป็ น เงื่ อ นไข (if – clause) และส่วนที่ เป็ น ข้อ ความหลัก (main clause) ตัวอย่างเช่น - If he comes, I will tell him the truth. (if – clause) (main clause) Conditional Sentences แบ่งเป็ น 4 ประเภทตามเหตุการณ์ท่เี กิดขึน้ ดังนี ้ 1. Present Condition หมายถึง ประโยคเงื่อนไขที่เป็ นจริงหรือเป็ นไปได้ ซึ่งจะใช้กับ เหตุการณ์ท่เี ป็ นจริง หรือเหตุการณ์ท่นี ่าจะเกิดขึน้ ในอนาคต ซึ่งสามารถแบ่งย่อยเป็ น 3 ลักษณะ คือ 1.1 ประโยคเงื่ อ นไขที่ เ ป็ นความจริ ง (Zero condition : always true) คื อ มี เหตุการณ์เกิดขึน้ จริงและผลที่เกิดขึน้ จะเป็ นเช่นนัน้ เสมอ จะใช้รูปกริยาดังนี ้ If + present simple, present simple หรือ Present simple + if + present simple ตัวอย่างประโยค If water boils, it changes into steam. (ถ้านา้ เดือด นา้ จะกลายเป็ นไอเสมอ) If she asks me, I always help her. (ถ้าเธอมาถามฉัน ฉันจะช่วยเหลือเธอได้ เสมอ) If you buy a Benz, it costs you a lot of money. (ถ้าคุณ ซือ้ รถเบนซ์ จะทาให้ คุณสิน้ เปลืองเงินทองมาก) If we heat ice, it turns to water. (ถ้าเธอให้ค วามร้อนกับ น ้าแข็ง น ้าแข็งก็จ ะ กลายเป็ นนา้ ) (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 86 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 1.2 ประโยคเงื่อนไขธรรมดา (Future possible : Conditional 1) เป็ นประโยคที่ผู้ พูดเชื่อว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดขึน้ อย่างที่สมมุติ หรืออาจเป็ นไปได้ในอนาคต จะใช้รูปกริยาดังนี ้ If + present simple, future simple หรือ Future simple + if + present simple ตัวอย่างประโยค If he studies hard, he will pass all exams. (ถ้าเขาขยันเรียน เขาจะทาข้อสอบ ผ่านทุกวิชา) If Malee writes today, Mana will receive the letter tomorrow. (ถ้ามาลีเขียนจดหมายวันนี ้ มานะก็จะได้รบั จดหมายในวันพรุง่ นี)้ If he comes, I will go. (ถ้าเขามา ฉันจะไป) หมายเหตุ คากริยาใน main clause อาจจะใช้ may ; can หรือ must แทน will หรือ shall ได้ ตัวอย่างเช่น may - If you don’t hurry, you can miss the train. must 1.2.1 ประโยคเงือ่ นไขทีเ่ ป็ นคาสั่ง รูปกริยาที่ใช้คือ If + present simple, imperative หรือ Imperative + if + present simple (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 87 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 ตัวอย่างประโยค If you wake up before me, give me a call. (ถ้าคุณตื่นนอนก่อนฉัน ช่วยปลุก ฉันด้วย) If you meet Satita, please say hello to her for me. (ถ้าคุณพบสาธิตา รบกวนทักทายเธอแทนฉันด้วย) Don’t smoke a cigarette if you are sick. (ห้ามสูบบุหรี่ ถ้าคุณป่ วยอยู่) หมายเหตุ ในข้อ 1.2 และ 1.2.1 มีขอ้ สังเกตดังนี ้ 1. ค ากริย าใน if – clause และ main clause ที่ ใ ช้รู ป present tense บางครั้ง เรา อาจจะใช้ when หรือ whenever แทน if ในประโยคก็ได้ ตัวอย่างเช่น > If (When, Whenever) the weather is good, I go for a walk. > If (When, Whenever) the teacher asks, answer her. 2. ถ้าในประโยค if – clause มี should รวมอยู่ดว้ ย เราสามารถทาให้เป็ น infinitive form ได้ โดยการตัด if ออกแล้วนา should มาวางไว้ขา้ งหน้าประธาน ตัวอย่างเช่น > If she should telephone, tell me at once. Should she telephone, tell me at once. 2. Present Unreal (Conditional 3) หมายถึ ง ประโยคที่ แ สดงถึ ง การสมมติ ว่ า เหตุการณ์นนั้ เกิดขึน้ ในปั จจุบนั แต่ความจริงแล้วไม่ได้เกิดขึน้ เป็ นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับความเป็ น จริง ซึ่งใช้รูปกริยาดังนี ้ If + past simple, past future simple verb to be ใช้ were กับทุกบุรุษ could, might, would, should + v.1 หรือ Past future simple if + past simple could, might, would, should + v.1 verb to be ใช้ were กับทุกบุรุษ (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 88 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 ตัวอย่างประโยค If he came, I would go with you. (ถ้าเขามา ฉันจะไปกับคุณ แต่ความจริงคือเขาไม่ได้มา) If I had a lot of money, I would travel around the world. (ถ้าฉันมีเงินเยอะ ฉันจะไปเที่ยวรอบโลก แต่ความจริงคือฉันไม่มีเงินเยอะจึงไป เที่ยวรอบโลกไม่ได้) If we had more rains, our crops would grow better. (ถ้าฝนตกมากกว่านีต้ น้ ไม้ของเราอาจจะเติบโตดีกว่านี ้ แต่ความจริงคือต้นไม้ ของเราไม่ค่อยเติบโตเพราะฝนตกน้อย) หมายเหตุ 1. ประโยคที่มี were สามารถทาให้เป็ น inverted form ได้โดยการตัด if ออก แล้วนา were มาวางไว้ขา้ งหน้าประโยค ตัวอย่างเช่น # If I were rich, I would travel around the world. = Were I rich, I would travel around the world. 2. ประโยคที่เป็ น past simple เมื่ อทาให้เป็ น inverted form จะต้องเปลี่ยนคากริยา ช่ อ งที่ 2 ให้เป็ น were to + v.1 แล้ว น า were ไปวางไว้ข้า งหน้า ประโยค (ความหมายไม่ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม) ตัวอย่างเช่น # If he drove carefully, he would get there in time. - If he were to drive carefully, he would get there in time. - Were he to drive carefully, he would get there in time. # If Ladda saw him, she would speak to him. - If Ladda were to see him, she would speak to him. - Were Ladda to see him, she would speak to him. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 89 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 3. Past Unreal (Conditional 3) หมายถึง ประโยคที่แสดงถึงการสมมุติว่าเหตุการณ์นั้น เกิดขึน้ ในอดีต แต่ความจริงไม่ได้เกิดขึน้ และเป็ นการตัง้ เงื่อนไขที่ตรงกันข้ามกันความเป็ นจริงใน อดีต จะใช้รูปกริยาดังนี ้ If + past perfect tense, past future perfect could / would / might / (had + v.3) should + have + v.3 หรือ Past future perfect if + past perfect tense ตัวอย่างประโยค - If I had studied hard, I would have passed the exam. (ถ้าฉันขยัน ฉันต้องสอบผ่าน) (แต่ความจริงคือฉันสอบไม่ผ่านเพราะไม่ขยัน) - If you sister hadn’t help you, what would you have done ? (ถ้าน้องสาวของคุณไม่ช่วยเหลือคุณ คุณจะทายังไง) (แต่ความจริงคือ น้องสาวได้ช่วยคุณแล้ว คุณก็เลยไม่ตอ้ งทาอะไร) หมายเหตุ สาหรับประโยคที่มี had + v.3 สามารถทาให้เป็ น inverted form ได้โดยการตัด if ออก แล้วนา had มาวางไว้ขา้ งหน้าประโยค ตัวอย่างเช่น - If you had stayed up late last night, you might have received a call from him. = Had you stayed up late last night, you might have received a call from him. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 90 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 4. Mixed Types เป็ นแบบผสมระหว่าง Past Unreal กับ Present Unreal ซึ่งใช้รูปกริยา ดังนี ้ If + past perfect had + v.3 past future simple would + v.1 หรือ Past future simple if + past perfect ตัวอย่างประโยค If it had rained properly last year, the crops would be better this year. นอกจากนีย้ ังมีคาเชื่อม (conjunctions) อื่นๆ ที่สามารถใช้แทน if ได้ โดยมีวิธีการใช้ เช่นเดียวกับ if ทุกประการคาเหล่านัน้ ได้แก่ * Unless = if … not (ถ้าไม่) ตัวอย่างเช่น - Unless I hurry, I’ll miss the train. (= If I don’t hurry, I’ll miss the train.) (ถ้าฉันไม่รีบ ฉันจะไม่ทนั รถไฟ) - Unless you were a coat, you’ll be cold. (If you don’t wear a coat, you’ll be cold.) (ถ้าคุณไม่สวมเสือ้ โค้ท คุณจะรูส้ กึ หนาวได้) * Otherwise = ถ้าไม่อย่างนัน้ ตัวอย่างเช่น - We must come back before midnight ; otherwise we’ll be locked out. (If we don’t come back) (เราต้องรีบกลับก่อนเที่ยงคืน ไม่อย่างนัน้ เราจะถูกขังอยู่ขา้ งนอก) - Her father paid for her fees ; otherwise, she wouldn’t be here. (otherwise = If her father hadn’t paid for the fees.) (พ่อของเธอจ่ายค่าปรับให้ ไม่อย่างนัน้ เธออาจไม่อยู่ตรงนี)้ * But for = ถ้าไม่ใช่ … ตัวอย่างเช่น - My father sent me an allowance. But for that I woudn’t be here. (ลิขสิทธิ์เอกสารชุดนีเ้ ป็ นของ บจ เคดีซี เอ็ดดูเทนเมนท์ ได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมายแพ่งและอาญา) โรงเรียนกวดวิชา KDC อาจารย์ อรภัย แฟชั่นไอส์ แลนด์ ชั้น B โซนการศึกษา ติดกับธนาคารกรุงเทพ โทร.02-947-6137 91 สระบุรี ชั้น 3 โซนการศึกษา ห้ างสรรพสินค้าสุ ขอนันต์ปาร์ ค โทร.064-035-1622 (But for that = If my father hadn’t sent me an allowance.) (พ่อของฉันส่งเบีย้ เลีย้ งมาให้ ถ้าไม่ใช่อย่างนัน้ ฉันอาจไม่ได้มาอยู่ท่นี ่)ี