Podcast
Questions and Answers
ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับกรดยูริกได้ถูกต้องที่สุด?
ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับกรดยูริกได้ถูกต้องที่สุด?
- เมื่อระดับกรดยูริกผิดปกติ จะไม่ส่งผลให้เกิดภาวะผิดปกติในร่างกาย
- ร่างกายมนุษย์สามารถสร้างเอนไซม์ยูริเคสเพื่อย่อยสลายกรดยูริกให้เป็นรูปแบบที่ละลายน้ำได้
- มีอยู่ในสองรูปแบบ: แบบไอออนไนซ์และแบบไม่มีไนโตรเจน
- เป็นผลผลิตสุดท้ายของกระบวนการเมแทบอลิซึมของพิวรีนในร่างกายมนุษย์ (correct)
กรดยูริกในรูปแบบใดที่พบได้มากในพลาสมา และสภาวะใดที่ทำให้เกิดการสะสมของผลึกในข้อต่อ?
กรดยูริกในรูปแบบใดที่พบได้มากในพลาสมา และสภาวะใดที่ทำให้เกิดการสะสมของผลึกในข้อต่อ?
- แบบไม่มีไอออน (Uric acid), pH ต่ำกว่า 5.5
- แบบไอออนไนซ์ (Monosodium Urate, MSU), pH ต่ำกว่า 5.5
- แบบไอออนไนซ์ (Monosodium Urate, MSU), pH ประมาณ 7.4 (correct)
- แบบไม่มีไอออน (Uric acid), pH ประมาณ 7.4
การกำจัดหมู่ฟอสเฟตออกจาก AMP และ GMP ตามด้วยการ cleavage of ribose และหมู่ NH3 จะได้เบสชนิดใด?
การกำจัดหมู่ฟอสเฟตออกจาก AMP และ GMP ตามด้วยการ cleavage of ribose และหมู่ NH3 จะได้เบสชนิดใด?
- Adenine และ Thymine
- Xanthine และ Uric acid
- Uracil และ Cytosine
- Guanine และ Hypoxanthine (correct)
เอนไซม์ใดทำหน้าที่เปลี่ยน Xanthine เป็น Uric acid?
เอนไซม์ใดทำหน้าที่เปลี่ยน Xanthine เป็น Uric acid?
ร่างกายกำจัดกรดยูริกส่วนใหญ่ออกทางใด?
ร่างกายกำจัดกรดยูริกส่วนใหญ่ออกทางใด?
เพราะเหตุใดมนุษย์จึงมีโอกาสเป็นโรคเกาต์มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น?
เพราะเหตุใดมนุษย์จึงมีโอกาสเป็นโรคเกาต์มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น?
การทำงานของไตในข้อใดที่มีผลต่อการขับถ่ายกรดยูริก?
การทำงานของไตในข้อใดที่มีผลต่อการขับถ่ายกรดยูริก?
ปัจจัยใดที่ส่งผลให้มีการขับถ่ายกรดยูริกทางปัสสาวะลดลง?
ปัจจัยใดที่ส่งผลให้มีการขับถ่ายกรดยูริกทางปัสสาวะลดลง?
ระดับกรดยูริกในเลือดเท่าใดที่ถือว่าเป็น Hyperuricemia ในผู้ชายและผู้หญิง?
ระดับกรดยูริกในเลือดเท่าใดที่ถือว่าเป็น Hyperuricemia ในผู้ชายและผู้หญิง?
ภาวะใดบ้างที่อาจเป็นผลมาจาก Hyperuricemia?
ภาวะใดบ้างที่อาจเป็นผลมาจาก Hyperuricemia?
Tumor lysis syndrome (TLS) ส่งผลกระทบต่อสมดุลของสารใดในร่างกาย?
Tumor lysis syndrome (TLS) ส่งผลกระทบต่อสมดุลของสารใดในร่างกาย?
ผลึกชนิดใดที่สะสมในข้อต่อและเนื้อเยื่ออ่อนของผู้ป่วยโรคเกาต์?
ผลึกชนิดใดที่สะสมในข้อต่อและเนื้อเยื่ออ่อนของผู้ป่วยโรคเกาต์?
ปัจจัยเสี่ยงใดที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มการสร้างกรดยูริกในร่างกาย?
ปัจจัยเสี่ยงใดที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มการสร้างกรดยูริกในร่างกาย?
ข้อใดเป็นสาเหตุหลักของการลดการขับถ่ายกรดยูริก?
ข้อใดเป็นสาเหตุหลักของการลดการขับถ่ายกรดยูริก?
ระยะใดของโรคเกาต์ที่ไม่มีอาการ แต่ยังคงต้องให้ความสำคัญกับการลดระดับกรดยูริก?
ระยะใดของโรคเกาต์ที่ไม่มีอาการ แต่ยังคงต้องให้ความสำคัญกับการลดระดับกรดยูริก?
การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่แนะนำสำหรับการคัดกรองโรคเกาต์?
การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่แนะนำสำหรับการคัดกรองโรคเกาต์?
วิธีการใดที่ถือเป็น gold standard ในการวินิจฉัยโรคเกาต์?
วิธีการใดที่ถือเป็น gold standard ในการวินิจฉัยโรคเกาต์?
การตรวจปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์มีจุดประสงค์เพื่ออะไร?
การตรวจปัสสาวะในผู้ป่วยโรคเกาต์มีจุดประสงค์เพื่ออะไร?
ยา Allopurinol มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไรในการรักษาโรคเกาต์?
ยา Allopurinol มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไรในการรักษาโรคเกาต์?
ยา Probenecid มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไรในการรักษาโรคเกาต์?
ยา Probenecid มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไรในการรักษาโรคเกาต์?
ในกรณีของ Tumor lysis syndrome (TLS) การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่มีความสำคัญในการติดตาม?
ในกรณีของ Tumor lysis syndrome (TLS) การตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่มีความสำคัญในการติดตาม?
ข้อใดเป็นวิธีการตรวจวัดกรดยูริกในห้องปฏิบัติการ?
ข้อใดเป็นวิธีการตรวจวัดกรดยูริกในห้องปฏิบัติการ?
สิ่งที่อาจพบสูงในเลือดของผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดคือข้อใด?
สิ่งที่อาจพบสูงในเลือดของผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดคือข้อใด?
ผลึกที่พบในน้ำไขข้อของผู้ป่วยโรคเก๊าท์คือข้อใด?
ผลึกที่พบในน้ำไขข้อของผู้ป่วยโรคเก๊าท์คือข้อใด?
Uric acid เป็นผลผลิตสุดท้ายของสารใด?
Uric acid เป็นผลผลิตสุดท้ายของสารใด?
ภาวะใดในรายการนี้ที่ไม่มีผลต่อระดับ Uric acid?
ภาวะใดในรายการนี้ที่ไม่มีผลต่อระดับ Uric acid?
การตรวจ Uric acid ด้วยวิธี Uricase/H₂O₂ อาจให้ผลต่ำกว่าความเป็นจริง หากมีสารใดรบกวน?
การตรวจ Uric acid ด้วยวิธี Uricase/H₂O₂ อาจให้ผลต่ำกว่าความเป็นจริง หากมีสารใดรบกวน?
Hyperuricemia มักพบในภาวะใดมากที่สุด?
Hyperuricemia มักพบในภาวะใดมากที่สุด?
ผู้ป่วยชายอายุ 45 ปี มีค่า BMI 30 kg/m² มีประวัติความดันโลหิตสูงและ prediabetes ชอบรับประทานเนื้อแดง อาหารทะเล และดื่มแอลกอฮอล์ ค่ากรดยูริกในเลือด 8.5 mg/dL (ค่าปกติ 3.4 – 7.0 mg/dL) แต่ไม่มีอาการปวดข้อหรือข้อบวม บ่งชี้ถึงภาวะใด?
ผู้ป่วยชายอายุ 45 ปี มีค่า BMI 30 kg/m² มีประวัติความดันโลหิตสูงและ prediabetes ชอบรับประทานเนื้อแดง อาหารทะเล และดื่มแอลกอฮอล์ ค่ากรดยูริกในเลือด 8.5 mg/dL (ค่าปกติ 3.4 – 7.0 mg/dL) แต่ไม่มีอาการปวดข้อหรือข้อบวม บ่งชี้ถึงภาวะใด?
ชายอายุ 55 ปี อาชีพพนักงานออฟฟิศ มีประวัติโรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง มีอาการปวด บวม แดง ที่นิ้วหัวแม่เท้า ไม่สามารถเดินได้ ค่ากรดยูริกในเลือด 8.0 mg/dL ตรวจพบผลึก monosodium urate ในน้ำไขข้อ แต่ X-ray ไม่พบความเสียหายของข้อ ภาวะนี้น่าจะเป็นอะไร?
ชายอายุ 55 ปี อาชีพพนักงานออฟฟิศ มีประวัติโรคไตเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง มีอาการปวด บวม แดง ที่นิ้วหัวแม่เท้า ไม่สามารถเดินได้ ค่ากรดยูริกในเลือด 8.0 mg/dL ตรวจพบผลึก monosodium urate ในน้ำไขข้อ แต่ X-ray ไม่พบความเสียหายของข้อ ภาวะนี้น่าจะเป็นอะไร?
ตามปกติแล้ว กรดยูริกกว่า 98% ในกระแสเลือดจะอยู่ในรูปแบบ monodosium urate แต่หากระดับกรดยูริกสูงกว่า 6.8 mg/dL ที่ pH ประมาณ 7 จะส่งผลกระทบอย่างไร?
ตามปกติแล้ว กรดยูริกกว่า 98% ในกระแสเลือดจะอยู่ในรูปแบบ monodosium urate แต่หากระดับกรดยูริกสูงกว่า 6.8 mg/dL ที่ pH ประมาณ 7 จะส่งผลกระทบอย่างไร?
Allopurinol เป็นที่ทราบกันว่ามีผลข้างเคียงในการแพ้ยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมข้อใดที่ควรพิจารณา?
Allopurinol เป็นที่ทราบกันว่ามีผลข้างเคียงในการแพ้ยา ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมข้อใดที่ควรพิจารณา?
Flashcards
กรดยูริกคืออะไร
กรดยูริกคืออะไร
ผลผลิตสุดท้ายของการเผาผลาญพิวรีนในร่างกายมนุษย์
รูปแบบไอออนของกรดยูริก
รูปแบบไอออนของกรดยูริก
รูปแบบไอออนของกรดยูริก ละลายในพลาสมา ก่อตัวเป็นผลึกในข้อต่อหากมีความเข้มข้นสูงเกินไป
รูปแบบที่ไม่ใช่ไอออนของกรดยูริก
รูปแบบที่ไม่ใช่ไอออนของกรดยูริก
เด่นใน pH ต่ำ ก่อตัวเป็นผลึกในปัสสาวะที่เป็นกรด นำไปสู่การเกิดนิ่วในไต
เส้นทางชีวเคมีของการเผาผลาญกรดยูริก
เส้นทางชีวเคมีของการเผาผลาญกรดยูริก
Signup and view all the flashcards
ขั้นตอนเริ่มต้นของการสลายพิวรีน
ขั้นตอนเริ่มต้นของการสลายพิวรีน
Signup and view all the flashcards
เบสที่เกิดจากการสลายพิวรีน
เบสที่เกิดจากการสลายพิวรีน
Signup and view all the flashcards
กวานีนและไฮโปแซนทีนเปลี่ยนเป็นอะไร
กวานีนและไฮโปแซนทีนเปลี่ยนเป็นอะไร
Signup and view all the flashcards
แซนทีนเปลี่ยนเป็นอะไร
แซนทีนเปลี่ยนเป็นอะไร
Signup and view all the flashcards
กรดยูริกถูกขับออกจากร่างกายอย่างไร
กรดยูริกถูกขับออกจากร่างกายอย่างไร
Signup and view all the flashcards
ทำไมมนุษย์ถึงเป็นเกาต์ แต่สัตว์อื่นไม่เป็น
ทำไมมนุษย์ถึงเป็นเกาต์ แต่สัตว์อื่นไม่เป็น
Signup and view all the flashcards
ยูริกแอซิดส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน
ยูริกแอซิดส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน
Signup and view all the flashcards
จำนวนกรดยูริกที่ถูกดูดซึมกลับ
จำนวนกรดยูริกที่ถูกดูดซึมกลับ
Signup and view all the flashcards
ตัวขนส่งที่สำคัญสำหรับการดูดซึมกลับกรดยูริก
ตัวขนส่งที่สำคัญสำหรับการดูดซึมกลับกรดยูริก
Signup and view all the flashcards
การขาดน้ำทำให้เกิดอะไร
การขาดน้ำทำให้เกิดอะไร
Signup and view all the flashcards
ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง
ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง
Signup and view all the flashcards
โรคเกาต์คืออะไร
โรคเกาต์คืออะไร
Signup and view all the flashcards
นิ่วในไตจากกรดยูริก
นิ่วในไตจากกรดยูริก
Signup and view all the flashcards
โรคไตเรื้อรังทำให้เกิดอะไร
โรคไตเรื้อรังทำให้เกิดอะไร
Signup and view all the flashcards
กลุ่มอาการเนื้องอกสลาย (TLS)
กลุ่มอาการเนื้องอกสลาย (TLS)
Signup and view all the flashcards
ใครควรได้รับการคัดกรองโรคเกาต์
ใครควรได้รับการคัดกรองโรคเกาต์
Signup and view all the flashcards
การทดสอบที่แนะนำสำหรับการคัดกรองโรคเกาต์
การทดสอบที่แนะนำสำหรับการคัดกรองโรคเกาต์
Signup and view all the flashcards
การวินิจฉัยโรคเกาต์
การวินิจฉัยโรคเกาต์
Signup and view all the flashcards
Allopurinol คืออะไร
Allopurinol คืออะไร
Signup and view all the flashcards
Allopurinol เปลี่ยนเป็นอะไร
Allopurinol เปลี่ยนเป็นอะไร
Signup and view all the flashcards
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับกรดยูริก
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับกรดยูริก
Signup and view all the flashcards
Probenecid ทำอะไร
Probenecid ทำอะไร
Signup and view all the flashcards
Study Notes
ภาพรวมของการเผาผลาญกรดยูริก
- กรดยูริกเป็นผลิตภัณฑ์สุดท้ายของการเผาผลาญพิวรีนในร่างกายมนุษย์
- กรดยูริกมีอยู่ 2 รูปแบบคือ ไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีน
- รูปแบบไอออน (โมโนโซเดียมยูเรต, MSU, 98% ในพลาสมาเป็น MSU) ละลายได้ในน้ำในพลาสมา (pH ~7.4) ก่อตัวเป็นผลึก MSU ในข้อต่อหากมีความอิ่มตัวยวดยิ่ง (เกินขีดจำกัดความสามารถในการละลาย) นำไปสู่โรคเกาต์
- รูปแบบที่ไม่ใช่ไอออน (กรดยูริก) ส่วนใหญ่ใน pH ต่ำ(< 5.5) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัสสาวะที่เป็นกรด ก่อรูปผลึกกรดยูริกในปัสสาวะที่เป็นกรด นำไปสู่การเกิดนิ่วในไต
- การเผาผลาญกรดยูริกมีความสำคัญเนื่องจากรักษาสมดุลของนิวคลีโอไทด์และการกำจัดของเสีย
- ระดับกรด ยูริกที่ผิดปกติสามารถทำให้เกิดภาวะของโรคได้ เช่น ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง โรคเกาต์ และนิ่วในไต
- ร่างกายมนุษย์ขาด เอนไซม์ Uricase ซึ่งจะแตกตัวกรดยูริกเป็น Allatoin ทำให้ร่างกายเรามี แนวโน้มที่จะเกิดภาวะกรดยูริก มากกว่าสัตว์ชนิดอื่น
- การสร้างกรดยูริกในร่างกายส่วนใหญ่เเล้วมาจากภายใน (80%) คือการแตกตัวของกรดนิวคลีอิกจากการหมุนเวียนของเซลล์
- กรดยูริกส่วนน้อยที่สร้างจากภายนอก (20%) คือ พิวรีนจากอาหาร เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล และแอลกอฮอล์
การย่อยสลายพิวรีนและการสร้างกรดยูริก
- การย่อยสลายของนิวคลีโอไทด์พิวรีนมักเกิดขึ้นในเซลล์ตับ รวมทั้งบริเวณอื่นๆ เช่น ลำไส้เล็ก
- เริ่มต้นจากไรโบนิวคลีโอไซด์โมโนฟอสเฟต (AMP และ GMP) การกำจัดฟอสเฟต (Pi) ตามด้วยการแตกตัวของไรโบสและหมู่ NH3 ทำให้เกิดเบส Guanine และ Hypoxanthine ในที่สุด
- Guanine และ Hypoxanthine ถูกเปลี่ยนเป็น Xanthine
- Xanthine จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริก โดยมีเอนไซม์ Xanthine Oxidase เป็นตัวเร่ง (เติมหมู่ -OH)
- กรดยูริกถูกขับออกจากร่างกายส่วนใหญ่ผ่านทางไตและปัสสาวะ (70%) และผ่านทางระบบทางเดินอาหาร (GI) (30%) ผ่านการย่อยสลายของแบคทีเรีย
ทำไมมนุษย์ถึงเป็นโรคเกาต์ แต่สัตว์ชนิดอื่นถึงไม่เป็น"?
- การย่อยสลายนิวคลีโอไตด์พิวรีนอาจก่อให้เกิดสารที่แตกต่างกันในสิ่งมีชีวิตต่างๆ
- ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ยกเว้นสัตว์จำพวกลิง (ลิงและมนุษย์) กรดยูริกสามารถสลายตัวเป็นอะลันโทอินที่ละลายน้ำได้สูง ผ่านการทำงานของเอนไซม์ยูเรตออกซิเดส (ยูริเคส) ได้
- ปัจจุบัน ยูเรตออกซิเดส (ยูริเคส) ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ลด ระดับกรดยูริกในบุคคลที่มีภาวะกรดยูริกในเลือดสูง
- นอกจากนี้ยังมีการนำยูริเคสมาใช้ในการทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อวัดระดับกรดยูริก
การขับกรดยูริกทางไต
- การกรองโกลเมอรูลาร์: กรดยูริกในพลาสมา 100% จะถูกกรองอย่างอิสระที่โกลเมอรูลัส
- การดูดซึมกลับของท่อไต: กรดยูริกที่กรองแล้วประมาณ 90% จะถูกดูดซึมกลับในท่อไตส่วนต้นเพื่อป้องกันการสูญเสียกรดยูริกที่มากเกินไป
- URAT1 (Urate Transporter 1) เป็นตัวขนส่งที่สำคัญสำหรับการดูดซึมกลับกรดยูริกเข้าสู่กระแสเลือด
- การหลั่งในท่อไต ประมาณ 10% ของกรดยูริกถูกหลั่งกลับเข้าไปในท่อไตส่วนต้นโดยตัวขนส่งเช่น OAT1 และ OAT3 ( Organic Anion Transporters)
การขับถ่ายกรดยูริกทางปัสสาวะ
- กรดยูริกที่ถูกกรองแล้วเพียงประมาณ 10% เท่านั้นที่ถูกขับออกมาในปัสสาวะภายใต้สภาวะปกติ
- ปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะขึ้นอยู่กับ:
- การทำงานของไต (การขับถ่ายลดลงในโรคไตเรื้อรัง)
- ค่า pH ของปัสสาวะ (pH ต่ำจะเพิ่มการตกตะกอนของกรดยูริกและความเสี่ยงต่อนิ่วในไต)
- การลดการขับ กรดยูริก (ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น) :
- ภาวะขาดน้ำ → นำไปสู่การดูดซึมกรดยูริกที่สูงขึ้น
- ภาวะเลือดเป็นกรด → นำไปสู่การดูดซึมกรดยูริกที่สูงขึ้น
- ยาบางชนิด (เช่น ยาขับปัสสาวะ) → นำไปสู่การดูดซึมกรดยูริกที่สูงขึ้น
- อาหารที่มีพิวรีนสูง → เพิ่มการผลิตกรดยูริก เพิ่มภาระในการขับถ่ายของไต
ระดับกรดยูริกปกติ
- กรดยูริกประมาณ 98% ในกระแสเลือดอยู่ในรูปของโมโนโซเดียมยูเรต (MSU)
- ระดับกรดยูริกในเลือดขึ้นอยู่กับสมดุลระหว่างการผลิต (ตับ ลำไส้ อาหารที่มีพิวรีนสูง) และการขับถ่าย (ไต ลำไส้)
- ค่าปกติขึ้นอยู่กับอายุและเพศ
- กรดยูริกในซีรัม:
- ผู้ชาย: 3.4 – 7.0 มก./ดล.
- ผู้หญิง: 2.4 – 6.0 มก./ดล.
- เด็ก: 2.0 – 5.5 มก./ดล.
- กรดยูริกในปัสสาวะ:
- ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
- ผู้ชาย: 250 – 800 มก./24 ชม.
- ผู้หญิง: 250 – 750 มก./24 ชม.
- ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
- กรดยูริกในซีรัม:
- กรดยูริกในระดับสรีรวิทยา ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและอำนวยความสะดวกในการผลิตไนตริกออกไซด์ (NO) โดยเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด
ค่ากรดยูริกที่ไม่ปกติในเลือด
- กรดยูริก > 7 มก./ดล. → ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง
- กรดยูริก > 6 มก./ดล. → ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง
- ภาวะกรดยูริกสูงในปัสสาวะ = ระดับกรดยูริกในปัสสาวะสูงขึ้น
- ที่ค่า pH ของพลาสมา (~7) ยูเรต (MSU) จะอิ่มตัวสูงกว่า 6.8 มก./ดล. ก่อตัวเป็นผลึกที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งสะสมในเนื้อเยื่อเนื่องจากการละลายที่ไม่ดี
เมื่อใดที่ระดับกรดยูริกกลายเป็นปัญหา (ต่อ)
- ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (> 7.0 มก./ดล. ในผู้ชาย, > 6.0 มก./ดล. ในผู้หญิง) นำไปสู่:
- โรคเกาต์ → การสะสมของผลึก MSU ในข้อต่อ ทำให้เกิดการอักเสบ)
- ภาวะนิ่วในไตจากกรดยูริก– เกิดขึ้นเมื่อกรดยูริกตกผลึกในปัสสาวะที่เป็นกรด ก่อตัวเป็นนิ่วในไต
- กลุ่มอาการ Tumor Lysis (TLS) → การแตกตัวของเนื้องอกอย่างรวดเร็ว (เช่น หลังการทำเคมีบำบัด) จะปล่อยกรดยูริกจำนวนมหาศาลออกมา ทำให้ไตไม่สามารถขับถ่ายได้
- โรคไตเรื้อรัง (CKD) → การทำงานของไตที่ลดลงนำไปสู่การขับถ่ายกรดยูริกที่บกพร่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกรดยูริกในเลือดสูง
- กลุ่มอาการเมตาบอลิก (เช่น โรคอ้วน, DM) → การผลิตกรดยูริกที่เพิ่มขึ้นและการขับถ่ายทางไตที่ลดลง
- ภาวะกรดยูริกในเลือดต่ำ (<2.0 มก./ดล.) อาจบ่งชี้ถึง:
- ความผิดปกติของท่อไต (ข้อบกพร่องในการดูดซึมกลับ) (เช่น กลุ่มอาการ Fanconi)
- การใช้ยาขับ กรดยูริกมากเกินไป เช่น โพรเบเนซิด อัลโลพูรินอลเกินขนาด
ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง: กลุ่มอาการ Tumor Lysis (TLS)
- TLS = การแตกตัวอย่างรวดเร็วของเซลล์มะเร็งเนื่องจากเคมีบำบัด ทำให้มีการปล่อยเนื้อหาของเซลล์เข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์และการทำงานของไตผิดปกติ
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นสำหรับ TLS:
- กรดยูริก – สูงขึ้นจากการสลายกรดนิวคลีอิก
- โพแทสเซียม – อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- ฟอสเฟต – ปล่อยออกมาจากเซลล์ที่แตกตัวแล้ว อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- แคลเซียม - มักจะลดลงเนื่องจากการจับตัวของฟอสเฟต
- BUN, ครีเอตินิน – ตรวจสอบ การทำงานของไต
- แผงอิเล็กโทรไลต์ (Na+, K+, Cl-, HCO3) – ประเมินสถานะการเผาผลาญโดยรวม
โรคเกาต์: ภาพรวม
- โรคเกาต์คือโรคข้ออักเสบอักเสบที่เกิดจากการสะสมของผลึกโมโนโซเดียมยูเรต (MSU) ในข้อต่อและเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้เกิดภาวะกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน
- โรคข้ออักเสบอักเสบที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชาย > 40 ปี
- กระตุ้นโดยภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (กรดยูริกในซีรัม > 6.8 มก./ดล.) เกินขีดจำกัดความสามารถในการละลาย
- ผลึกมักสะสมในข้อต่อส่วนปลาย โดยเฉพาะข้อต่อ metatarsophalangeal ข้อแรก (นิ้วหัวแม่เท้าหรือ Podagra)
- การสะสมของผลึกในข้อต่อ → กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน → การอักเสบ
โรคเกาต์: สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- การก่อตัวที่เพิ่มขึ้น(พบน้อยกว่า 10%)
- สาเหตุหลัก (สาเหตุทางพันธุกรรม): - ความผิดปกติของเอนไซม์ (เช่น ความบกพร่องของ HGPRT, กลุ่มอาการ Lesch-Nyhan) - การสังเคราะห์พิวรีนที่เพิ่มขึ้น (PRPP synthetase)
- สาเหตุทุติยภูมิ ( สาเหตุที่เกิดขึ้นภายหลัง): - อาหารที่มีพิวรีนสูง (แหล่งสัตว์: เนื้อแดง อาหารทะเล > ผักบางชนิด) (เนื้อเครื่องใน: ไต ตับ) (เนื้อแปรรูป: ไส้กรอก เบคอน) - การบริโภคฟรุกโตสสูง (เช่น น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง, ATP → AMP) - การบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป (โดยเฉพาะเบียร์) - กลุ่มอาการ Tumor lysis (TLS) - มะเร็งทางโลหิตวิทยา โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคอื่นๆ ที่มีการหมุนเวียนของเซลล์สูง
- การขับถ่ายลดลง (ส่วนใหญ่ > 90%)
- สาเหตุหลัก (สาเหตุทางพันธุกรรม):
- การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อตัวขนส่งยูเรต (เช่น URAT1)
- การขับถ่ายทางไตน้อยเกินไปโดยไม่มีสาเหตุที่สามารถระบุได้
- สาเหตุรอง (สาเหตุที่ได้มา) :
- (การดูดซึมกลับทางไตที่เพิ่มขึ้นและการหลั่งที่ลดลง)
- โรคไตเรื้อรัง (CKD)
- ยา (เช่น ยาขับปัสสาวะ thiazide)
- กลุ่มอาการเมตาบอลิก / ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ภาวะขาดน้ำ
- (การดูดซึมกลับทางไตที่เพิ่มขึ้นและการหลั่งที่ลดลง)
- สาเหตุหลัก (สาเหตุทางพันธุกรรม):
โรคเกาต์: กลไกการเกิดโรคเกาต์
- ถูกอ้างถึงว่าเป็น "โรคของกษัตริย์" หรือ "ข้ออักเสบ ของคนรวย"
- ขั้นตอนของโรคเกาต์:
- ขั้นตอนที่ 1: ไม่มีอาการ – กรดยูริกสูง ไม่มีอาการ
- ขั้นตอนที่ 2: โรคเกาต์เฉียบพลัน - การอักเสบที่เจ็บปวดอย่างกะทันหัน
- ขั้นตอนที่ 3: ช่วงระหว่างวิกฤต – ช่วงเวลาที่ไม่มีอาการ ผลึก MSU ยังคงอยู่ในข้อต่อ การบำบัดลดกรดยูริกมีความสำคัญในช่วงเวลานี้
- ขั้นตอนที่ 4: โรคเกาต์ที่เป็นปุ่มนูนเรื้อรัง – ปุ่มนูน ความเสียหายของข้อต่อ
โรคเกาต์: การคัดกรองและการวินิจฉัย
- การคัดกรองโรคเกาต์:
- ใครควรได้รับการตรวจคัดกรอง
- ผู้ชาย > 30 ปี
- สตรีวัยหมดประจำเดือน
- คัดกรองบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง:
- กลุ่มอาการเมตาบอลิก เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- โรคไตเรื้อรัง (CKD)
- ประวัติครอบครัวเป็นโรคเกาต์
- อาหารที่มีพิวรีนและแอลกอฮอล์สูง
- การบริโภคฟรุกโตสสูง
- ยา: ยาขับปัสสาวะ ฯลฯ
- การทดสอบที่แนะนำ: ระดับกรดยูริกในซีรัม
- ใครควรได้รับการตรวจคัดกรอง
- การตรวจสอบกลุ่มอาการ Tumor Lysis (TLS)
- ความถี่ในการตรวจสอบ
- ค่าพื้นฐานก่อนทำเคมีบำบัด
- ทำซ้ำทุก 4 - 6 เดือนในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง
- การทดสอบในห้องปฏิบัติการ
- กรดยูริก
- โพแทสเซียม
- ฟอสเฟต
- แคลเซียม
- BUN, ครีเอตินิน
- แผงอิเล็กโทรไลต์ (Na+, K+, Cl-, HCO-3)
- ความถี่ในการตรวจสอบ
โรคเกาต์: การคัดกรองและการวินิจฉัย (ต่อ)
- การวินิจฉัยโรคเกาต์
- การประเมินทางคลินิก - การเริ่มมีอาการอย่างกะทันหันของข้ออักเสบแบบโมโนอาร์ติคูลา(Monarticular arthritis) (โดยทั่วไปคือนิ้วหัวแม่เท้า) - บวม แดง ร้อน
- การทดสอบในห้องปฏิบัติการ
- กรดยูริกในเลือดสูง (> 6.8 มก./ดล.)
- การวิเคราะห์น้ำไขข้อ(ผลึก MSU)
- ซีบีซี
- เครื่องหมายการอักเสบ: ESR, CRP
- อัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (ESR) การทดสอบ
- C-Reactive โปรตีน (CRP)
- การตรวจปัสสาวะ
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (ต่อ)
- การตรวจปัสสาวะ
- ค่า pH ของปัสสาวะ → ค่า pH ต่ำ เพิ่มความเสี่ยงของนิ่วกรดยูริก
- ผลึกกรดยูริก → จานสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีเหลืองหรือน้ำตาลแดง หรือดอกกุหลาบ
- กรดยูริกในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง
- ระบุการผลิตมากเกินไปกับการขับถ่ายน้อยเกินไป
- ประเมินความเสี่ยงของนิ่ว
- การตรวจปัสสาวะ
- การถ่ายภาพ (การกัดกร่อนของข้อต่อ ช่องว่างของข้อต่อ/ ปุ่มนูน สารคัดหลั่ง/ ผลึก MSU ฯลฯ)
- เอ็กซ์เรย์ อัลตราซาวนด์ CT แบบพลังงานคู่ (DECT)
โรคเกาต์ การรักษาทางการเเพทย์
- Allopurinol เป็นยาที่ใช้รักษาโรคเกาต์ มีโครงสร้างคล้ายกับ hypoxanthine
- Allopurinol ถูกเปลี่ยนเป็น xanthine oxidase ที่เป็น alloxanthine (oxypurinol) ซึ่งจับกับเอนไซม์อย่างแน่นหนา การจับตัวที่แข็งแกร่งนี้จะยับยั้งการทำงานของ xanthine oxidase ดังนั้นจึงป้องกันการก่อตัวของกรดยูริก
- ด้วยเหตุนี้ Hypoxanthine และ Xanthine จะสะสม ซึ่งละลายในน้ำได้ดีกว่ากรดยูริกและไม่ตกตะกอนเป็นผลึก
ยาสำหรับรักษาโรคเกาต์
- อัลโลพูรินอล (Allopurinol)
- เฟบูโซสแตต (Febuxostat)
- โทพิรอกโซสแตต (Topiroxostat)
- เพกโลติเคส (Pegloticase)
- ราสบูริเคส (Rasburicase)
- โพรเบเนซิด (Probenecid)
- กลุ่มยาเพิ่มการขับกรดยูริก (URAT1, Urate transporter 1 inhibitor)
การตรวจวิเคราะห์กรดยูริกในห้องปฏิบัติการ
- วิธีการทางเคมี: Phosphotungstic acid
- สารละลายคาร์บอเนต (Na2CO3/OH-), กรดยูริก + H3PW12O40 + O2 → อัลลันโทอิน + ทังสเตนบลู + CO2 ไม่เฉพาะเจาะจง ต้องกำจัดโปรตีน
- Uricase-peroxidase (Uricase-POD) method
- ปฏิกิริยาคล้ายกันคือการผลิต Allatoin
- H2O2 + สารบ่งชี้→ สารสี
- ลดปริมาณแสงที่วัด 293 nm
- การวัดสเปกโทรโฟโตเมตริก
- แสงรบกวน ฮีโมโกลบิน เเละแซนทีน
- วิธีการอื่น ๆ
- ไอโซโทปเจือจางแมสสเปกโตรเมตรี
- ตรวจจับชิ้นส่วนลักษณะเฉพาะหลังการแตกตัวเป็นไอออน การหาปริมาณโดยใช้สารประกอบที่ติดฉลากไอโซโทป
- ไอโซโทปเจือจางแมสสเปกโตรเมตรี
- หลักการของปฏิกริยา
- Uric acid จะถูกออกซิไดซ์โดย uricase เป็น allantoin และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
- เมื่อมีเพอร์ออกซิเดส (POD) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะทำปฏิกิริยากับ 4-อะมิโนแอนติไพริน (4-AAP) และ 3,5-ไดคลอโร-2-ไฮดรอกซี-เบนซีนซัลโฟนิก (DHBS) เพื่อสร้างสีย้อมควิโนนิมินสีแดงม่วงที่ 505 nm
กรณีศึกษาที่ 1: ภาวะกรดยูริกในเลือดสูงที่ไม่มีอาการ
(กรดยูริกสูง ไม่มีอาการของโรคเกาต์)
- ชื่อ: นาย เอ อายุ: 45 ปี, BMI: 30 กก./ตร.ม. (คนอ้วน)
- ประวัติทางการแพทย์: ความดันโลหิตสูง ภาวะก่อนเบาหวาน
- พฤติกรรมการกิน: การบริโภคเนื้อแดง อาหารทะเล และแอลกอฮอล์สูง
- ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ:
- กรดยูริกในเลือด = 8.5 มก./ดล. (อ้างอิง: 3.4 – 7.0 มก./ดล.)
- การทำงานของไตปกติ
- อาการ: ไม่มี (ไม่มีอาการปวดหรือบวมตามข้อ)
กรณีศึกษาที่ 2: โรคเกาต์เฉียบพลัน
- ข้อมูลผู้ป่วย:
- ชื่อ: นาย บี อายุ: 55 ปี อาชีพ: พนักงานออฟฟิศ
- ประวัติทางการแพทย์: โรคไตเรื้อรัง (CKD ระยะที่ 3), ความดันโลหิตสูง
- อาการ:
- เริ่มมีอาการปวด บวม แดง อย่างรุนแรงที่นิ้วหัวแม่เท้าอย่างกะทันหัน (ข้อต่อ metatarsophalangeal ข้อแรก)
- ไม่สามารถเดินได้อย่างถูกต้องเนื่องจากอาการปวด
- ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการถ่ายภาพ:
- กรดยูริกในเลือด = 8.0 มก./ดล. (อ้างอิง: 3.4 – 7.0 มก./ดล.)
- การวิเคราะห์น้ำไขข้อ: พบผลึกโมโนโซเดียมยูเรต (MSU) ภายใต้กล้องจุลทรรศน์โพลาไรซ์
- เอ็กซ์เรย์: ไม่มีความเสียหายของข้อต่ออย่างมีนัยสำคัญ (โรคเกาต์ในระยะเริ่มแรก)
Studying That Suits You
Use AI to generate personalized quizzes and flashcards to suit your learning preferences.