Podcast
Questions and Answers
หากนักวิทยาศาสตร์ต้องการศึกษาโครงสร้างภายในของเซลล์โดยละเอียด ควรเลือกใช้กล้องจุลทรรศน์ชนิดใดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
หากนักวิทยาศาสตร์ต้องการศึกษาโครงสร้างภายในของเซลล์โดยละเอียด ควรเลือกใช้กล้องจุลทรรศน์ชนิดใดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด
- กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง
- กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (correct)
- กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงโพลาไรซ์
เหตุใดการหยอดน้ำมันลงบนสไลด์ก่อนส่องด้วยเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยาย 100X จึงมีความสำคัญในการศึกษาเซลล์ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง
เหตุใดการหยอดน้ำมันลงบนสไลด์ก่อนส่องด้วยเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยาย 100X จึงมีความสำคัญในการศึกษาเซลล์ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง
- เพื่อป้องกันเลนส์ใกล้วัตถุสัมผัสกับสไลด์โดยตรง
- เพื่อลดการหักเหของแสง ทำให้ได้ภาพที่คมชัดขึ้น (correct)
- เพื่อย้อมสีเซลล์ ทำให้เห็นโครงสร้างชัดเจนขึ้น
- เพื่อเพิ่มกำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ ทำให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น
หากต้องการเปรียบเทียบขนาดของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยใช้เลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายต่างกัน จะต้องคำนึงถึงปัจจัยใดเพื่อให้การเปรียบเทียบเป็นไปอย่างถูกต้อง
หากต้องการเปรียบเทียบขนาดของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยใช้เลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายต่างกัน จะต้องคำนึงถึงปัจจัยใดเพื่อให้การเปรียบเทียบเป็นไปอย่างถูกต้อง
- สัดส่วนของขนาดภาพที่ปรากฏต่อขนาดจริงของเซลล์ (correct)
- ชนิดของกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้
- ชนิดของสีย้อมที่ใช้
- ความสว่างของแสงที่ใช้
พิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้: นักเรียนคนหนึ่งส่องกล้องจุลทรรศน์แล้วพบว่าภาพไม่คมชัด แม้จะปรับปุ่มปรับภาพละเอียดแล้วก็ตาม ข้อใดเป็นไปได้มากที่สุดว่าเป็นสาเหตุของปัญหา
พิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้: นักเรียนคนหนึ่งส่องกล้องจุลทรรศน์แล้วพบว่าภาพไม่คมชัด แม้จะปรับปุ่มปรับภาพละเอียดแล้วก็ตาม ข้อใดเป็นไปได้มากที่สุดว่าเป็นสาเหตุของปัญหา
โครงสร้างใดต่อไปนี้ที่พบในเซลล์พืชแต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ มีบทบาทสำคัญในการรักษารูปร่างและความแข็งแรงของเซลล์
โครงสร้างใดต่อไปนี้ที่พบในเซลล์พืชแต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ มีบทบาทสำคัญในการรักษารูปร่างและความแข็งแรงของเซลล์
หากเซลล์พืชขาดแคลนแวคิวโอล จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการใดมากที่สุด
หากเซลล์พืชขาดแคลนแวคิวโอล จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการใดมากที่สุด
โครงสร้างใดในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันในการกำจัดสารพิษ แต่มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน
โครงสร้างใดในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันในการกำจัดสารพิษ แต่มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน
เหตุใดคลอโรพลาสต์จึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช แต่ไม่จำเป็นสำหรับเซลล์สัตว์
เหตุใดคลอโรพลาสต์จึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช แต่ไม่จำเป็นสำหรับเซลล์สัตว์
ปัจจัยใดที่มีผลต่อการแพร่ของสารมากที่สุด หากพิจารณาในสภาวะที่มีอุณหภูมิและความดันคงที่
ปัจจัยใดที่มีผลต่อการแพร่ของสารมากที่สุด หากพิจารณาในสภาวะที่มีอุณหภูมิและความดันคงที่
ในการทดลองเกี่ยวกับออสโมซิส ถ้านำเซลล์ไปแช่ในสารละลายที่มีความเข้มข้นสูงกว่าภายในเซลล์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใด
ในการทดลองเกี่ยวกับออสโมซิส ถ้านำเซลล์ไปแช่ในสารละลายที่มีความเข้มข้นสูงกว่าภายในเซลล์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใด
หลักการใดที่พืชนำมาใช้ในการลำเลียงน้ำจากรากสู่ยอด
หลักการใดที่พืชนำมาใช้ในการลำเลียงน้ำจากรากสู่ยอด
เหตุใดการลำเลียงอาหารในพืชจึงต้องอาศัยเซลล์ที่มีชีวิต
เหตุใดการลำเลียงอาหารในพืชจึงต้องอาศัยเซลล์ที่มีชีวิต
กระบวนการใดที่พืชใช้ในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมี
กระบวนการใดที่พืชใช้ในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมี
คลอโรฟิลล์มีบทบาทอย่างไรในการสังเคราะห์ด้วยแสง
คลอโรฟิลล์มีบทบาทอย่างไรในการสังเคราะห์ด้วยแสง
เหตุใดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจึงมีความสำคัญต่อการปรับตัวของพืช
เหตุใดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจึงมีความสำคัญต่อการปรับตัวของพืช
โครงสร้างใดของดอกไม้ที่ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้กับส่วนประกอบต่างๆ ของดอกที่ยังตูมอยู่
โครงสร้างใดของดอกไม้ที่ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้กับส่วนประกอบต่างๆ ของดอกที่ยังตูมอยู่
เหตุใดดอกไม้บางชนิดจึงมีกลิ่นหอมหรือมีต่อมน้ำหวาน
เหตุใดดอกไม้บางชนิดจึงมีกลิ่นหอมหรือมีต่อมน้ำหวาน
ข้อใดเป็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการถ่ายละอองเรณูและการปฏิสนธิ
ข้อใดเป็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการถ่ายละอองเรณูและการปฏิสนธิ
เหตุใดการปฏิสนธิซ้อนจึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชดอก
เหตุใดการปฏิสนธิซ้อนจึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชดอก
ข้อใดเป็นความแตกต่างระหว่างผลเดี่ยว ผลกลุ่ม และผลรวม
ข้อใดเป็นความแตกต่างระหว่างผลเดี่ยว ผลกลุ่ม และผลรวม
เหตุใดการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศจึงไม่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรม
เหตุใดการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศจึงไม่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรม
วิธีการใดที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชให้ได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว
วิธีการใดที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืชให้ได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว
กระบวนการเจริญเติบโตของพืชประกอบด้วยอะไรบ้าง
กระบวนการเจริญเติบโตของพืชประกอบด้วยอะไรบ้าง
ปัจจัยใดที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดมากที่สุด
ปัจจัยใดที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดมากที่สุด
เหตุใดการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชจึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต
เหตุใดการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืชจึงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต
การที่พืชเอนเข้าหาแสงเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าประเภทใด
การที่พืชเอนเข้าหาแสงเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าประเภทใด
เหตุใดต้นไมยราบจึงหุบใบเมื่อถูกสัมผัส
เหตุใดต้นไมยราบจึงหุบใบเมื่อถูกสัมผัส
เหตุใดปากใบจึงปิดในเวลากลางคืน
เหตุใดปากใบจึงปิดในเวลากลางคืน
เทคโนโลยีชีวภาพใดที่ใช้ในการผลิตแตงโมไร้เมล็ด
เทคโนโลยีชีวภาพใดที่ใช้ในการผลิตแตงโมไร้เมล็ด
ข้อใดเป็นข้อเสียของพืชจีเอ็มโอ
ข้อใดเป็นข้อเสียของพืชจีเอ็มโอ
ส่วนใดของพืชที่นำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ส่วนใดของพืชที่นำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
ข้อใดเป็นฮอร์โมนพืช
ข้อใดเป็นฮอร์โมนพืช
การวัดความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศมีความสำคัญต่อการปลูกพืชอย่างไร
การวัดความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศมีความสำคัญต่อการปลูกพืชอย่างไร
ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของเซลล์โพรคาริโอต
ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของเซลล์โพรคาริโอต
เหตุใดการใส่ปุ๋ยในปริมาณมากจึงส่งผลเสียต่อพืช
เหตุใดการใส่ปุ๋ยในปริมาณมากจึงส่งผลเสียต่อพืช
โครงสร้างใดที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสร้างพลังงานให้แก่เซลล์
โครงสร้างใดที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสร้างพลังงานให้แก่เซลล์
เหตุใดการตัดก้านดอกไม้ในน้ำจึงช่วยให้ดอกไม้สดนานขึ้น
เหตุใดการตัดก้านดอกไม้ในน้ำจึงช่วยให้ดอกไม้สดนานขึ้น
กัตเตชันคืออะไร
กัตเตชันคืออะไร
ข้อใดเป็นวิธีที่พืชใช้ในการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
ข้อใดเป็นวิธีที่พืชใช้ในการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
Flashcards
เซลล์ (Cell)
เซลล์ (Cell)
หน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาลักษณะของเซลล์ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ฐานกล้อง (Base)
ฐานกล้อง (Base)
ส่วนฐานของกล้องจุลทรรศน์ มีหลอดไฟและสวิตช์เปิด-ปิด
แขน (Arm)
แขน (Arm)
Signup and view all the flashcards
ลำกล้อง (Body tube)
ลำกล้อง (Body tube)
Signup and view all the flashcards
จานหมุน (Revolving nosepiece)
จานหมุน (Revolving nosepiece)
Signup and view all the flashcards
เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens)
เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens)
Signup and view all the flashcards
เลนส์ใกล้ตา (Eyepiece lens)
เลนส์ใกล้ตา (Eyepiece lens)
Signup and view all the flashcards
ปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse adjustment)
ปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse adjustment)
Signup and view all the flashcards
ปุ่มปรับภาพละเอียด (Fine adjustment)
ปุ่มปรับภาพละเอียด (Fine adjustment)
Signup and view all the flashcards
แท่นวางวัตถุ (Stage)
แท่นวางวัตถุ (Stage)
Signup and view all the flashcards
ไดอะแฟรม (Diaphragm)
ไดอะแฟรม (Diaphragm)
Signup and view all the flashcards
แหล่งกำเนิดแสง (Light source)
แหล่งกำเนิดแสง (Light source)
Signup and view all the flashcards
ชนิดของเซลล์
ชนิดของเซลล์
Signup and view all the flashcards
เซลล์พืช
เซลล์พืช
Signup and view all the flashcards
เซลล์สัตว์
เซลล์สัตว์
Signup and view all the flashcards
ไซโทพลาซึม (Cytoplasm)
ไซโทพลาซึม (Cytoplasm)
Signup and view all the flashcards
ร่างแหเอนโดพลาซึม (Endoplasmic reticulum)
ร่างแหเอนโดพลาซึม (Endoplasmic reticulum)
Signup and view all the flashcards
ไรโบโซม (Ribosome)
ไรโบโซม (Ribosome)
Signup and view all the flashcards
ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria)
ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria)
Signup and view all the flashcards
แวคิวโอล (Vacuole)
แวคิวโอล (Vacuole)
Signup and view all the flashcards
กอลจิบอดี (Golgi body)
กอลจิบอดี (Golgi body)
Signup and view all the flashcards
คลอโรพลาสต์ (Chloroplast)
คลอโรพลาสต์ (Chloroplast)
Signup and view all the flashcards
เซนทริโอล (Centriole)
เซนทริโอล (Centriole)
Signup and view all the flashcards
นิวเคลียส (Nucleus)
นิวเคลียส (Nucleus)
Signup and view all the flashcards
เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane)
เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane)
Signup and view all the flashcards
ผนังเซลล์ (Cell wall)
ผนังเซลล์ (Cell wall)
Signup and view all the flashcards
กระบวนการแพร่ (Diffusion)
กระบวนการแพร่ (Diffusion)
Signup and view all the flashcards
กระบวนการออสโมซิส (Osmosis)
กระบวนการออสโมซิส (Osmosis)
Signup and view all the flashcards
การแช่ผักในน้ำ
การแช่ผักในน้ำ
Signup and view all the flashcards
การลำเลียงน้ำและอาหารของพืช
การลำเลียงน้ำและอาหารของพืช
Signup and view all the flashcards
ไซเล็ม (Xylem)
ไซเล็ม (Xylem)
Signup and view all the flashcards
โฟลเอ็ม (Phloem)
โฟลเอ็ม (Phloem)
Signup and view all the flashcards
ออสโมซิส
ออสโมซิส
Signup and view all the flashcards
ขนราก (Root Hair)
ขนราก (Root Hair)
Signup and view all the flashcards
โฟลเอ็ม (Phloem)
โฟลเอ็ม (Phloem)
Signup and view all the flashcards
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)
Signup and view all the flashcards
คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
Signup and view all the flashcards
การถ่ายละอองเรณู (Pollination)
การถ่ายละอองเรณู (Pollination)
Signup and view all the flashcards
การปฏิสนธิ (Fertilization)
การปฏิสนธิ (Fertilization)
Signup and view all the flashcards
การตอน
การตอน
Signup and view all the flashcards
Study Notes
- เซลล์ (Cell) เป็นหน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต มีรูปร่างและหน้าที่แตกต่างกัน
- กล้องจุลทรรศน์ใช้ในการศึกษาลักษณะของเซลล์ เนื่องจากเซลล์มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
กล้องจุลทรรศน์ (Microscope)
- กล้องจุลทรรศน์มี 2 ประเภทหลัก: แบบใช้แสงขาว และแบบใช้ลำแสงอิเล็กตรอน
กล้องจุลทรรศน์เชิงซ้อนแบบใช้แสงขาว (Compound light microscope)
- ส่วนประกอบหลักของกล้องจุลทรรศน์เชิงซ้อนแบบใช้แสงขาว:
- เลนส์ใกล้ตา (Eyepiece lens)
- ลำกล้อง (Body tube)
- แขน (Arm)
- จานหมุน (Revolving nosepiece)
- เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens)
- ที่หนีบสไลด์ (Slide clip)
- แท่นวางวัตถุ (Stage)
- ไดอะแฟรม (Diaphragm)
- หลอดไฟ (Light source)
- ปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse adjustment)
- ปุ่มปรับภาพละเอียด (Fine adjustment)
- ฐานกล้อง (Base)
โครงสร้างและหน้าที่ของกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง
- ฐานกล้อง (Base): ส่วนฐานของกล้อง, มีหลอดไฟและสวิตช์เปิด-ปิด
- แขน (Arm): ยึดระหว่างลำกล้องกับฐาน, ใช้จับขณะเคลื่อนย้ายกล้อง
- ลำกล้อง (Body tube): ติดกับเลนส์ใกล้ตาและจานหมุน
- จานหมุน (Revolving nosepiece): แผ่นกลมหมุนได้, มีเลนส์ใกล้วัตถุ, ใช้หมุนเปลี่ยนกำลังขยาย
- เลนส์ใกล้วัตถุ (Objective lens): ติดกับจานหมุน, ขยายภาพ, กำลังขยายทั่วไป 4X, 10X, 40X, 100X
- เลนส์ใกล้ตา (Eyepiece lens): สวมบนลำกล้อง, ขยายภาพจากเลนส์ใกล้วัตถุ, กำลังขยายทั่วไป 10X
- ปุ่มปรับภาพหยาบ (Coarse adjustment): ปรับแท่นวางวัตถุหรือระยะห่างเลนส์, ทำให้เห็นภาพ
- ปุ่มปรับภาพละเอียด (Fine adjustment): ปรับภาพให้ชัดเจนมากขึ้น
- แท่นวางวัตถุ (Stage): วางสไลด์, มีช่องให้แสงผ่าน, เคลื่อนที่ได้, มีคลิปหนีบสไลด์
- ไดอะแฟรม (Diaphragm): ม่านปรับขนาดรู, ปรับปริมาณแสง
- แหล่งกำเนิดแสง (Light source): หลอดไฟที่ฐานกล้อง
- ข้อควรระวัง:
- กรณีใช้เลนส์ใกล้วัตถุ 100X ต้องหยอดน้ำมันระหว่างเลนส์กับวัตถุเพื่อแสงผ่านได้ตรง
- ภาพที่เห็นจากเลนส์ใกล้ตาเป็นภาพเสมือนหัวกลับ ขนาดขยาย
การใช้กล้องจุลทรรศน์
- ตั้งลำกล้องให้ตรง, เปิดไฟ
- หมุนเลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยายต่ำสุดalign
- วางสไลด์บนแท่นวางวัตถุ
- หมุนปุ่มปรับภาพหยาบเพื่อหาระยะภาพที่ชัดเจน
- ปรับภาพให้ชัดเจนด้วยปุ่มปรับภาพละเอียด
- ถ้าต้องการขยายใหญ่ขึ้น: หมุนเลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยายสูงกว่าเดิม, ปรับภาพด้วยปุ่มปรับภาพละเอียดเท่านั้น (ห้ามใช้ปุ่มปรับภาพหยาบ)
สูตรการหากำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์
- กำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์ = กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา × กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ
โครงสร้างของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
- เซลล์มีหลายชนิด, ส่วนใหญ่คล้ายกัน, แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ เซลล์พืชและเซลล์สัตว์
- เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีลักษณะและสมบัติบางอย่างแตกต่างกัน
เซลล์พืช
- มีรูปร่างเป็นเหลี่ยม, มีผนังเซลล์, มีคลอโรพลาสต์, มีแวคิวโอลขนาดใหญ่
เซลล์สัตว์
- มีรูปร่างไม่แน่นอน, ไม่มีผนังเซลล์, ไม่มีคลอโรพลาสต์, มีแวคิวโอลขนาดเล็กหรือไม่มีเลย, มีเซนทริโอล
สรุปโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบภายในเซลล์
- ไซโทพลาซึม (Cytoplasm): สารของเหลวในเซลล์, ที่อยู่ของออร์แกเนลล์ต่างๆ
- ร่างแหเอนโดพลาซึม (Endoplasmic reticulum): ท่อแบนเรียงซ้อน, สังเคราะห์โปรตีนและเอนไซม์, มี 2 ชนิด:
- RER (Rough endoplasmic reticulum): ขรุขระ, มีไรโบโซม, สังเคราะห์โปรตีนส่งออกนอกเซลล์
- SER (Smooth endoplasmic reticulum): ผิวเรียบ, สร้างสเตอรอยด์และกำจัดสารพิษ
- ไรโบโซม (Ribosome): ไม่มีเยื่อหุ้ม, เล็ก, สร้างโปรตีน
- ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria): เยื่อหุ้ม 2 ชั้น, เยื่อหุ้มชั้นในพับทบ, สร้างพลังงานให้เซลล์
- แวคิวโอล (Vacuole): ใสกว่าส่วนอื่น, ในพืชเป็นแหล่งสะสมน้ำและสารสี
- กอลจิบอดี (Golgi body)/กอลจิแอพพาราตัส (Golgi apparatus): ถุงเยื่อบางเรียงซ้อน, เก็บสารที่ ER สร้าง
- คลอโรพลาสต์ (Chloroplast): พบเฉพาะในพืช, เยื่อหุ้ม 2 ชั้น, มีรงควัตถุสีเขียว (คลอโรฟิลล์), สังเคราะห์ด้วยแสง
- เซนทริโอล (Centriole): ท่อทรงกระบอก 2 อันตั้งฉากกัน, ทำให้โครมาทิดแยก
- นิวเคลียส (Nucleus): สำคัญที่สุด, รูปร่างค่อนข้างกลม, มีสารพันธุกรรม, ควบคุมการทำงาน
- เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane): เยื่อบางๆ ห่อหุ้มส่วนต่างๆ, ยอมให้สารบางชนิดผ่านได้ (เยื่อเลือกผ่าน)
- ผนังเซลล์ (Cell wall): พบเฉพาะในพืช, ห่อหุ้มรอบนอก, ทำจากเซลลูโลส, ให้ความแข็งแรงและคงรูป
ข้อมูลเพิ่มเติม
- รอเบิร์ต ฮุค (Robert Hooke) ค้นพบเซลล์สิ่งมีชีวิต และเป็นผู้ใช้คำว่า เซลล์ขึ้นเป็นครั้งแรก
- มัตทิอัส ชไลเดน (Matthias Schleiden) และ ทีโอดอร์ ชวาน (Theodor Schwann) รวบรวมความรู้และจัดตั้ง ทฤษฎีเซลล์ (Cell theory)
- ใจความสำคัญของทฤษฎีเซลล์
- สิ่งมีชีวิตทุกชนิดประกอบไปด้วยเชลล์
- เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
- เซลล์เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ที่มีอยู่ก่อน
กระบวนการแพร่ (Diffusion)
- การเคลื่อนที่ของอนุภาคของสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นมาก ไปบริเวณที่มีความเข้มข้นน้อย จนกระทั่งความเข้มข้นเท่ากัน เรียกว่า สภาวะสมดุลของการแพร่
- การแพร่เกิดได้ใน 2 สถานะ: ของเหลว และแก๊ส
ตัวอย่างกระบวนการแพร่
- การแพร่ของน้ำตาลทรายในน้ำ
- การแพร่ของน้ำหอมในอากาศ
- การแพร่ของแก๊สออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ของพืชและเซลล์สัตว์ (ใช้ในกระบวนการหายใจ)
- การแพร่ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ใบไม้ (ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง)
ปัจจัยที่ควบคุมอัตราการแพร่ของสาร
- ความแตกต่างระหว่างความเข้มข้นของอนุภาคของสารในที่สองบริเวณ
- ขนาดและน้ำหนักของอนุภาคของสาร
- อุณหภูมิและความดัน
- ความสามารถในการละลายของสาร
- ความเข้มข้นของสารที่แพร่
กระบวนการออสโมซิส (Osmosis)
- การเคลื่อนที่ของน้ำผ่านเยื่อเลือกผ่านจากบริเวณที่มีอนุภาคของน้ำมาก ไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของอนุภาคของน้ำน้อย
- กล่าวได้ว่า น้ำจะเคลื่อนที่จากสารละลายที่มีความเข้มข้นน้อย (น้ำมาก) ไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นของสารละลายสูง (น้ำน้อย)
- แรงดันที่เกี่ยวข้อง: แรงดันออสโมติก (ต้านการเคลื่อนที่ของน้ำ) และแรงดันเต่ง (ทำห้เซลล์เต่ง, น้ำออสโมซิสมากว่าปกติ)
ตัวอย่างการออสโมซิส
- การแช่ผักในน้ำก่อนรับประทาน (ทำให้ผักกรอบ สด และอร่อย)
- การพรมน้ำที่ผักหรือรดน้ำผักให้ชุ่มชื้น
- การออสโมซิสของน้ำเข้าสู่ขนราก
- การปลูกพืชให้เจริญเติบโต (ใส่ปุ๋ยคราวละมากๆ จะเป็นผลเสีย เพราะปุ๋ยในดินทำให้ความเข้มข้นของสารละลายในดินสูงกว่า ทำให้พืชขาดน้ำและเหี่ยวเฉา)
ปัจจัยที่ควบคุมการออสโมซิส
- ความเข้มข้นของสารที่เกิดการออสโมซิส
- อุณหภูมิ
สภาวะของเซลล์ เมื่อแช่ในสารละลายที่มีความเข้มข้นต่างกัน
- สารละลายมีความเข้มข้น มากกว่า สารละลายภายในเซลล์: เรียกว่า Hypertonic Solution (เซลล์เหี่ยว)
- สารละลายมีความเข้มข้น เท่ากับ สารละลายภายในเซลล์: เรียกว่า Isotonic Solution (เซลล์ปกติ)
- สารละลายมีความเข้มข้น น้อยกว่า สารละลายภายในเซลล์: เรียกว่า Hypotonic Solution (เซลล์เต่ง/แตก)
การลำเลียงน้ำและอาหารของพืช
- พืชดูดน้ำและแร่ธาตุที่บริเวณปลายราก และลำเลียงไปโดยท่อลำเลียง
- เนื้อเยื่อลำเลียงมี 2 กลุ่ม:
- ไซเล็ม (Xylem) ลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ
- โฟลเอ็ม (Phloem) ลำเลียงอาหาร
- เนื้อเยื่อทั้งสองจะประกอบกันเป็นกลุ่มเนื้อเยื่อลำเลียง ที่พบทั้งในราก ลำต้น และใบ
การลำเลียงน้ำในพืช
- น้ำในดินเคลื่อนที่เข้าสู่รากโดยกระบวนการออสโมซิส
- น้ำออสโมซิสจากเซลล์ขนรากไปยังเซลล์รากที่อยู่ติดกันไปเรื่อยๆ จนถึงท่อลำเลียง Xylem
ขนราก (Root Hair)
- อยู่เหนือปลายรากเล็กน้อย
- ลักษณะเป็นขนเส้นเล็กฝอยจำนวนมากอยู่รอบปลายราก
- เป็นโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงมาจากเซลล์ผิวนอกสุดของราก
- มีจำนวนมาก ช่วยให้ดูดซึมน้ำและแร่ธาตุได้มากขึ้น
การลำเลียงอาหารในพืช
- พืชสังเคราะห์ด้วยแสงได้น้ำตาลกลูโคส, น้ำตาลกลูโคสจะถูกลำเลียงไปตามส่วนต่างๆ
- ผ่านทางกลุ่มเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงอาหาร คือ โฟลเอ็ม (Phloem) จากใบไปสู่ส่วนต่างๆ ของพืช เพื่อเก็บสะสมไว้ที่รากและลำต้น
โฟลเอ็มมีลักษณะต่างกับไซเล็ม
- อัตราการลำเลียงในโฟลเอ็มช้ากว่าไซเล็ม
- ทิศการลำเลียง: โฟลเอ็มเกิดได้ทั้งในแนวขึ้นและแนวลงในเวลาเดียวกัน, ไซเล็มเกิดในแนวขึ้นเพียงทิศทางเดียว
- เซลล์ต้องมีชีวิต: เซลล์ที่ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารต้องเป็นเซลล์ที่ยังมีชีวิต, ลำเลียงจึงจะเกิดขึ้นได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
- โดยทั่วไปพบว่าเนื้อเยื่อโฟลเอ็มจะเรียงอยู่ด้านนอก, ไซเล็มจะอยู่ด้านในทั้งในลำต้นและรากของพืช
- ในพืชใบเลี้ยงคู่จะพบแคมเบียม ที่เป็นเนื้อเยื่อเจริญอยู่ระหว่างโฟลเอ็มและไซเล็ม
- การเรียงตัวของวาสคิวลาร์บันเดิล จะเรียงเป็นวงอย่างเป็นระเบียบ
- ในลำต้นและรากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะไม่มีเนื้อเยื่อแคมเบียม, การเรียงตัวของวาสคิวลาร์บันเดิลจะกระจัดกระจาย
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)
- เป็นกระบวนการทางเคมีที่สำคัญในการสร้างอาหารของพืช
- เปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็นพลังงานเคมี เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต
- ใบของพืชจะนำพลังงานแสงและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ มาสร้างอาหารเก็บไว้ในรูปของสารอินทรีย์
- โดยการทำงานของคลอโรพลาสต์ (Chloroplast) คลอโรพลาสต์ของพืชส่วนใหญ่จะมีรูปร่างกลมรี
- ภายในคลอโรพลาสต์มีรงควัตถุ หรือสารสี (Pigment) ทำหน้าที่รับพลังงานแสงมาใช้ในการสร้างอาหาร มีหลายชนิด ที่สำคัญคือ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
คลอโรฟิลล์
- เป็นสารประกอบสีเขียว, อยู่ในพลาสติก (คลอโรพลาสต์)
- ทำหน้าที่ดูดพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานเคมี
- มีทั้งคลอโรฟิลล์ A และคลอโรฟิลล์ B
- เป็นสารประกอบพวกโปรตีน มีแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบ
- ไม่ละลายน้ำ, ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ (เช่น เอทานอล, อะซิโตน)
- โครงสร้างของคลอโรพลาสต์
- มีเยื่อหุ้ม 2 ชั้น, ชั้นในจะพับซ้อนกันเป็นถุง (ไทลาคอยด์ Thylakoid), แต่ละถุงจะเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ (กรานุม Granum)
- ส่วนที่เชื่อมกันระหว่างกรานุม (สโตรมาลาเมลลา Stroma lamella)
- จะมีสารสีคลอโรฟิลล์อยู่บนเยื่อไทลาคอยด์ ทำหน้าที่ดูดรับพลังงานแสงมาใช้
- ส่วนที่เป็นของเหลวในคลอโรพลาสต์เรียกว่า สโตรมา (Stroma): มีเอนไซม์เกี่ยวข้องกับการตรึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาสร้างน้ำตาล
- อาหารที่ได้จากการสังเคราะห์แสงของพืชนั้น คือ น้ำตาลกลูโคส (น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว) และพืชจะเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้เป็นแป้งเก็บสะสมไว้ยังส่วนต่างๆ
- จากสมการสังเคราะห์ด้วยแสง พืชจำเป็นต้องใช้คลอโรฟิลล์, แสง, แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำเป็นวัตถุดิบ, และได้น้ำตาลกลูโคส, แก๊สออกซิเจน, และน้ำเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น
- พืชจะเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสไว้ในส่วนต่างๆ ของพืชในรูปของแป้ง, ส่วนออกซิเจนและน้ำอยู่ในรูปของแก๊สจะถูกปล่อยออกทางปากใบไปสู่อากาศ
การสืบพันธุ์ของพืช
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืช (Sexual Reproduction)
- เกิดขึ้นภายในอวัยวะสืบพันธุ์ของพืชคือ ดอก, เป็นการสืบพันธุ์ที่เกิดจากการผสมระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ (สเปิร์ม Sperm) กับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย (เซลล์ไข่ Egg cell)
- แล้วได้ไซโกตที่เจริญไปเป็นเอ็มบริโอ (Embryo) หรือต้นอ่อน, ซึ่งจะเจริญเป็นพืชต้นใหม่
- ที่ได้ลักษณะพันธุกรรมจากต้นพ่อและต้นแม่, การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศอาจได้ต้นพืชที่กลายพันธุ์ได้#### โครงสร้างของดอก
- ดอก (Flower) เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์ มีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ส่วน:
- กลีบเลี้ยง (Sepal)
- กลีบดอก (Petal)
- เกสรเพศผู้ (Stamen)
- เกสรเพศเมีย (Pistil)
โครงสร้างของดอก
กลีบเลี้ยง (Sepal):
- เป็นส่วนนอกสุด, ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากใบเป็นกลีบเล็กๆ มักมีสีเขียว
- ทำหน้าที่ห่อหุ้มป้องกันอันตรายให้กับส่วนประกอบต่างๆ ของดอกที่ยังตูมอยู่
- กลีบดอก (Petal):
- อยู่ถัดจากกลีบเลี้ยงเข้าไป มักมีขนาดใหญ่กว่ากลีบเลี้ยง และมักมีสีสวยงาม มีกลิ่นหอม หรือมีต่อมน้ำหวานบริเวณโคนกลีบดอก
- ทำหน้าที่ล่อแมลงให้มาผสมเกสรส่วนประกอบของเกสรเพศผู้ (Stamen):
- มีอับเรณู (Anther): ภายในของอับเรณูมีถุง (pollen sac) ซึ่งภายในถุงแต่ละใบจะมีละอองเรณูจำนวนมากบรรจุอยู่
- ก้านชูอับเรณู (Filament): ทำหน้าที่ชูอับเรณูให้อยู่สูง เพื่อประโยชน์ในการผสมพันธุ์ (ถ่ายละอองเรณู)
- เกสรเพศเมีย (Pistil): เป็นส่วนที่อยู่ในสุด ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียหรือไข่ (Egg), ประกอบด้วย
- ยอดเกสรเพศเมีย (Stigma): มีน้ำหวานเหนียวๆ และขนเส้นเล็กๆ คอยดักจับละอองเรณู, และน้ำหวานใช้เป็นอาหารสำหรับการงอกของละอองเรณู
Studying That Suits You
Use AI to generate personalized quizzes and flashcards to suit your learning preferences.